ตั้งแต่ช่วงเที่ยงที่ผ่านมา ตำรวจกองบังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ ปทส. เข้าตรวจค้นภายในบ้านของนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานกรรมการ บริษัท Italian Thai Development หลังตกเป็นผู้ต้องหาในคดีลอบล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี วันนี้ตำรวจพบของกลางคืองาช้าง ยาวประมาณ 1 เมตร จำนวน 2 กิ่ง และปืนไรเฟิลติดลำกล้องที่มีลักษณะเดียวกันกับของกลางที่ตรวจพบภายในป่าอีกประมาณ 10 กระบอก เดี๋ยวดิฉันจะพาไปย้อนลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่ช่วงเที่ยงของวันนี้ค่ะ12:00 น. ตำรวจ ปทส. ตำรวจ สน.มักกะสัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เหยี่ยวดง จากกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชนำหมายศาล อาญารัชดาเข้าตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 12/3 ซอยศูนย์วิจัย 3 ถนนเพชรบุรี กรุงเทพมหานคร บ้านพักของนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานกรรมการบริษัท Italian Thai Development หลังตกเป็นผู้ต้องหาในคดีลอบล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี
เมื่อเจ้าหน้าที่มาถึง ได้พยายามกดกริ่งเพื่อให้เจ้าของบ้านเปิดประตู แต่ภรรยาของนายเปรมชัยยังไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าไปภายในบ้าน โดยบอกว่าให้รอทนายก่อน ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง เมื่อทนายเดินทางมาถึง จึงอนุญาตให้เจ้าหน้าที่เข้าไปภายในบ้าน
ตำรวจ ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมง คือตั้งแต่ 12:00 - 15:00 น. จึงตรวจค้นบ้านหลังแรกแล้วเสร็จก่อนที่จะเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 12/1 และ 12/2 ซึ่งเป็นบ้านเครือญาติของนายเปรมชัยเพิ่มเติม เพื่อหาหลักฐาน ประกอบในสำนวนคดี ขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบ แต่บ้านเครือญาติอีกสองหลัง ไม่พบสิ่งผิดกฎหมายใดๆ
พลตำรวจเอก ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเปิดเผยว่าภาพรวมของวันนี้มีการตรวจค้นทั้งหมด 6 จุดคือบ้านของนายเปรมชัยทั้งหมด 3 จุดและพรรคพวกอีก 3 จุดซึ่งบ้านของนายเปรมชัยตำรวจพบงาช้าง 2 คู่ปืนสั้น 2 กระบอกและปืนไรเฟิล 38 กระบอกซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบเอกสารอย่างละเอียด ของตำรวจพิสูจน์หลักฐานนอกจากนี้รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังยืนยันว่า ตำรวจจะดำเนินการไปตามหลักฐานที่ปรากฏ โดย ไม่กังวลว่าผู้ต้องหาจะเป็นใครซึ่งในวันพรุ่งนี้จะมีการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีเพิ่มเติมโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรจังหวัดกาญจนบุรีโดยให้ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นผู้สอบสวน
ส่วนคลิปเสียงที่มีการเปิดเผยก่อนหน้านี้เคยถึงช่องโหว่ของกฎหมาย พลตำรวจโทศรีวรายืนยันว่าไม่มีช่องโหว่ของกฎหมายและคดีนี้มีวัตถุพยานหลักฐานชัดเจนที่จะเอาผิดกับผู้ต้องหาได้นอกจากนี้ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนคดีเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติจะดำเนินการให้ถึงที่สุดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้