จากกรณีที่ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง อดีต ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์วันนี้ (5 กุมภาพันธ์) ยอมรับว่า ได้กู้เงินจากนายกำพล วิระเทพสุภรณ์ ผู้ต้องหาคดีค้ามนุษย์วิคตอเรียซีเครท จำนวน 300 ล้านบาทจริง โดยการกู้ทำด้วยโอนเงิน การโยกย้ายเงินอยู่ในระบบของธนาคาร สามารถตรวจสอบได้ ยินดี พร้อม และเต็มใจที่จะชี้แจงกับหน่วยงานใดๆ ที่อยากสอบถามเกี่ยวกับเงินจำนวนดังกล่าวถ้าได้รับการประสานเข้ามา และได้เตรียมเอกสารต่างๆ ไว้เรียบร้อยแล้ว
อดีตผบ.ตร.ยังบอกด้วยว่า เรื่องนี้คงไม่ยากเพราะเอกสารต่างๆ ที่มีอยู่คือก๊อปปี้เดียวกับที่มีอยู่ที่ป.ป.ช. เป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่สุจริตว่าเงินจำนวนนี้ได้มาแล้วคืนกลับไป ถ้าตนมีเจตนาทุจริตหรือปิดบังซ่อนเร้นช่วยเหลือนายกำพล ในทางที่ผิดกฎหมาย ตนให้นายกำพลนำเงินสดมาให้ไม่ดีกว่าหรือ ที่สำคัญโอนเงินเป็นชื่อตนอีกด้วย ตนคงไม่คิดสั้นขนาดนั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน หนี้สิน ของพล.ต.อ.สมยศ ที่ระบุว่าเป็นก๊อปปี้เดียวกับที่มีอยู่ที่ป.ป.ช.โดยเว็บไซต์ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) www.nacc.go.th ในช่องรายการแสดงบัญชีทรัพย์สิน พล.ต.อ.สมยศ ยื่นในฐานะที่เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ลำดับที่ 186 เมื่อวันเข้ารับตำแหน่ง 8 สิงหาคม 2557 พล.ต.อ.สมยศ และคู่สมรส มีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 355 ล้านบาท
พล.ต.อ.สมยศ ได้ให้สัมภาษณ์ เนชั่นทีวี ว่า ตอนที่เข้าเป็น สนช. นั้น ยังไม่มีการกู้เงิน จึงยังไม่มีการแจ้งบัญชีทรัพย์สิน เพิ่งจะมาแจ้งการกู้ตอนเป็น ผบ.ตร. และพ้นจากตำแหน่ง
ส่วนในช่องหนี้สินพล.ต.อ.สมยศ และคู่สมรส มีเงินกู้จากธนาคาร และสถาบันการเงินอื่น 18 ล้านบาทเศษ ไม่มีหนี้สินอื่น หรือหนี้สินที่ระบุเป็นหนังสือ นอกจากนั้น พล.ต.อ.สมยศ ยังเป็นผู้ให้กู้ยืมจำนวน 109 ล้านบาทเศษ ด้วย
ทั้งนี้ ถ้ายึดตามเว็บไซต์ ป.ป.ช.ไม่มีช่องรายการใดที่ พล.ต.อ.สมยศ มีหนี้สินจากการกู้ยืม ซึ่งเป็นไปได้ว่า มีการคืนเงินก่อน เข้ารับตำแหน่งสนช. 8 สิงหาคม 2557 ซึ่งจะต้องไปดูว่า พล.ต.อ.สมยศ แสดงบัญชีทรัพย์สินหนี้สิน กับป.ป.ช.ไว้อย่างไรในวันที่พ้นจากตำแหน่ง ผบ.ตร. ซึ่งพล.ต.อ.สมยศ เกษียณอายุราชการ เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2558 แต่รายการแสดงบัญชีทรัพย์สินหนี้สินนี้จะไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ