หลังจากที่ทางตำรวจแจ้งข้อหาหมวดจรูญ วิมูล ข้อหายักยอกทรัพย์ตกหล่นและรับของโจร เนื่องจากมีการไปสอบถามพยานทั้งยี่ปั้วที่รวมหวยชุดและแม่ค้าสลากบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าขายสลากให้กับครูปรีชา ใคร่ครวญ เป็นผู้ซื้อตัวจริง ทางฝ่ายหมวดจรูญ เองแม้จะมีหลักฐานลายนิ้วมือบนสลาก แต่ก็ไม่มีพยานอื่น
เมื่อวานนี้หมวดจรูญ ถึงกับต้องพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไปสาบานที่ศาลหลักเมืองจังหวัดกาญจนบุรี พิสูจน์ความบริสุทธิ์ บอกว่าถ้าไม่ใช่เจ้าของสลากตัวจริงขอให้มีอันเป็นไปก่อนหน้านี้ทางหมวดจรูญ ก็ได้ท้าให้ครูปรีชา ยี่ปั้ว แม่ค้าสลาก และตำรวจ มาร่วมสาบานด้วยแต่งานนี้ครูปรีชา ออกตัวก่อนแล้วว่า คงไม่ไปร่วมสาบาน เพราะไปสาบานที่ศาลแพ่งแล้ว ก็มีเพียงเจ๊เกียว ยี่ปั้วสลากรายใหญ่ของจังหวัดรายเดียวรับคำท้าไปร่วมสาบาน แต่ฝ่ายกองเชียร์ของหมวดจรูญ เค้าตาดีก็เป็น สังเกตที่มือของเจ๊เกียว ตอนสาบานดูเหมือนจะทำนิ้วไขว้กันเป็นสัญลักษณ์อะไรบางอย่างหรือเปล่า
ล่าสุดวันนี้ก็ยังมีความเคลื่อนไหวของทางฝ่ายหมวดจรูญ โดยทนายตั้ม นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน เพื่อเยาวชน และสังคม ทนายหมวดจรูญ โพสต์เฟซบุ๊กของตัวเอง บอกว่า ในกระบวนการยุติธรรม ก็คือเมื่อขึ้นศาล พยานทางนิติวิทยาศาสตร์นั้นน่าเชื่อถือมากที่สุด แต่ถ้าจะเอาพยานบุคคลมาหักล้างก็ต้องทำให้เนียนสุดๆ พยาน 30 40 ปาก ของฝ่ายครูนั้น ส่วนใหญ่ก็พยานบอกเล่าทั้งนั้น พยานกลุ่มนี้คำให้การไม่ค่อยมีน้ำหนัก เลยต้องพยายามหาประจักษ์พยานให้ได้ ประจักษ์พยานคือผู้ที่อยู่หรือเห็นเหตุการณ์ ที่ก็ต้องมีตาทิพย์ที่จะเห็นเลขบนสลากทั้ง 6 ตัว
ทนายตั้ม ยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า พยานเหล่านี้ ทางตำรวจได้นำเข้าทดสอบด้วยเครื่องจับเท็จมาหรือไม่ มีความน่าเชื่อถือเพียงใด ก็ขนาดคดีครูจอมทรัพย์ที่ผ่านการสกรีนอย่างหนัก ผ่านการตรวจสอบมาทั้งคนทั้งเครื่อง พอเจอศาลซักหนักๆยังตอบไม่ถูก คนที่สืบสวนควานหาตัวพยานเด็ดมาให้การก็ต้องรับผิดชอบด้วยนะ