ล่าสุดทีมยุทธศาสตร์ในกองทัพประชุมเครียดกันเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้ว และประเมินตรงกันว่า หากปล่อยสถานการณ์ให้เนิ่นช้าออกไป "ม็อบอยากเลือกตั้ง" ที่มีตัวเร่งคือปมนาฬิกาหรูของ "บิ๊กป้อม" น่าจะจุดติด และอาจเกิดการชุมนุมใหญ่ต่อต้าน คสช.ตามมา
แต่ปัญหาที่ "อดีตนักรบบูรพาฯ" อย่าง พลเอกประวิตร ยังรีรออยู่ เพราะ "หมากเกมนี้" ดูจะไม่จบแค่การลาออกพ้นเก้าอี้ หากเลือกจังหวะเวลาไม่ดี กระแสโจมตีอาจลามถึงขั้นล้มรัฐบาล เนื่องจากมีประเด็น "เลื่อนเลือกตั้ง" ผูกโยงกันอยู่ด้วย
ล่าสุด "บิ๊กป้อม" จึงยังเล่นบทนิ่ง พร้อมส่งยิ้มแบบ "ชิลล์ๆ" กับกลุ่มนักข่าวก่อนเหินฟ้าไปปฏิบัติภารกิจที่สิงคโปร์ ประมาณว่า "เรื่องแค่นี้ทำอะไรพี่ไม่ได้หรอก..."ขณะที่โฆษกกลาโหมอย่าง พลโท คงชีพ ตันตระวาณิชย์ ยืนยันว่า "บิ๊กป้อม" ยังจิตใจเข้มแข็ง หนักแน่น มั่นคง พร้อมทุ่มเทปฏิบัติหน้าที่เป็นแกนหลักในการดูแลความมั่นคงของประเทศต่อไป เรียกว่าสวนทางวาทะ "ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ผมก็พร้อมจะไป" แบบหน้ามือเป็นหลังมือฝ่ายความมั่นคงวิเคราะห์ว่า การเลือกแนวทาง "ลาออก" ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสะเทือนถึงงานด้านความมั่นคงของรัฐบาลที่ยากจะหา "คนอื่น" มาเสียบแทน เนื่องจากนาทีนี้ จะหาอดีตนายทหารใหญ่ที่มีบารมีเท่า พลเอกประวิตร นั้น ไม่มีอีกแล้ว นอกเสียจากว่า "นายกฯลุงตู่" พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเลือกดึงงานความมั่นคงมาคุมเอง พร้อมควบเก้าอี้รัฐมนตรีกลาโหมอีก 1 ตำแหน่ง แต่นั่นก็จะทำให้นายกฯงานล้นมือ เพราะที่มองเห็นและเป็นอยู่ ก็แทบจะแบกทั้งรัฐบาลอยู่แล้ว
ขณะที่ในทางการเมืองว่าด้วยเรื่อง "สืบทอดอำนาจ" พลเอกประวิตรถือเป็น "คีย์แมนคนสำคัญ" ในการรวบรวมกลุ่มก้อนทางการเมืองให้มาสนับสนุน คสช.สานฝันการเป็น "นายกฯสมัยที่ 2" หลังการเลือกตั้งให้กับ "นายกฯลุงตู่" เรียกภาษาเก๋ๆว่าเป็น "ผู้จัดการรัฐบาล" ก็คงไม่ผิดนัก ฉะนั้นหากบาดเจ็บสาหัสเสียตั้งแต่ตอนนี้ เครดิตที่เคยมี จะเหลือสักเท่าไหร่กันที่สำคัญด้วยประเพณีทหาร จะให้ "รุ่นน้อง" อย่าง พลเอกประยุทธ์ เสนอปลด "รุ่นพี่" อย่าง พลเอกประวิตร" ย่อมเป็นไปไม่ได้เลย ฉะนั้นการตัดสินใจจึงขึ้นอยู่กับ "พี่ใหญ่" คนเดียวเท่านั้นคำถามก็คือ หาก "บิ๊กป้อม" ไม่ยอมออก จะเกิดอะไรขึ้น คำตอบก็คือการใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเต็มพิกัดกับบรรดาผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวชุมนุม เพื่อให้มวลชนประเภท "ตามแห่" กลัวติดร่างแห เสียงานเสียเวลาถ้าต้องถูกดำเนินคดี พร้อมสกัด "ท่อน้ำเลี้ยงชั้นดี" ไม่ให้ส่งถึงระดับรากหญ้าพร้อมกันนั้นก็กำชับเจ้าหน้าที่ให้ขยันทำงานสร้างข่าว ประเภทปิดร้านเหล้า ค้นอาบอบนวด เพื่อกลบกระแสนาฬิกา แนวทางที่วางนไว้นี้ เชื่อกันว่าจะสามารถ "ซื้อเวลา" ให้ได้หายใจหายคอ เมื่อได้จังหวะเหมาะๆ ก็ค่อยทิ้งไพ่ผลสอบ ป.ป.ช.จากนั้นค่อยดูสถานการณ์กันอีกรอบหนึ่งคำตอบสุดท้ายทางการเมือง ขอให้ฟังบางประโยคของโฆษกกลาโหมในวันนี้ เพราะนอกจากจะบอกว่า "พี่ใหญ่" กำลังใจยังดีแล้ว ยังสำทับด้วยว่า กองทัพยังเป็นเอกภาพและมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันนี่คือการส่งสัญญาณพร้อม "แตกหัก" ในสถานการณ์ที่ตำรวจ-ทหารจะไม่ "แตกแถว" ด้วยความเชื่อที่ว่าม็อบทุกม็อบที่สร้างการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้จริงในประเทศไทย ขึ้นอยู่กับว่า "กองทัพ" ยืนอยู่ข้างฝ่ายไหนแต่ความเชื่อที่ว่า จะยังเป็นจริงหรือไม่ใน พ.ศ.นี้...เวลาเท่านั้นจะเป็นเครื่องพิสูจน์