"ดีเอสไอ" ยืนยัน ไม่มีเป่าสำนวนคดีวิคตอเรียฯ
05 ก.พ. 2561 | nation_ent

รองอธิบดีดีเอสไอ ยันไม่มีการทิ้งหลักฐานคดีวิคตอเรียซีเครท ยังไม่เรียกสอบอดีตบิ๊กสีกากี แต่ถ้าหลักฐานพอดำเนินคดีได้เลย ด้านรมว.ยุติธรรม ไฟเขียวสอบเส้นทางเงินให้ถึงที่สุด
ข่าว
05 ก.พ. 2561 | nation_ent

รองอธิบดีดีเอสไอ ยันไม่มีการทิ้งหลักฐานคดีวิคตอเรียซีเครท ยังไม่เรียกสอบอดีตบิ๊กสีกากี แต่ถ้าหลักฐานพอดำเนินคดีได้เลย ด้านรมว.ยุติธรรม ไฟเขียวสอบเส้นทางเงินให้ถึงที่สุด
ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ วันที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ต.อ.ทรงศักดิ์ รักศักดิ์สกุล รองอธิบดีดีเอสไอ เปิดเผยความคืบหน้าการสอบสวนคดีทลายอาบ อบ นวด วิคตอเรียซีเครท ว่า คณะพนักงานสอบสวนร่วมกันระหว่างดีเอสไอ กับอัยการ พร้อมกับคณะที่ปรึกษาจาก 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย อัยการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ผู้แทนกรมการปกครอง กำลังตรวจสอบพฤติกรรมผู้ต้องหาทั้งที่ออกหมายจับ และอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ และที่หลบหนีหมายจับ ว่าเข้าข่ายองค์ประกอบความผิดฐานค้ามนุษย์หรือไม่ จะดูควบคู่ไปกับคดีฟอกเงิน ถ้าเส้นทางเงินเกี่ยวข้องไปถึงใครก็จะสอบสวนทั้งหมด และยืนยันว่า กรณีที่พาดพิงไปถึงอดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) คณะพนักงานสอบสวนไม่เคยทิ้งเอกสารหลักฐานใดๆ ไป เนื่องจากหลักฐานต่างๆ ทิ้งไม่ได้ และหากพบความเชื่อมโยง เมื่อสอบสวนแล้วข้อเท็จจริงเพียงพอสามารถดำเนินคดีไปได้เลย ยกเว้นจะเรียกมาสอบถามในประเด็นที่มีข้อสงสัยเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ยังไม่มี
รองอธิบดีดีเอสไอ บอกด้วยว่า คดีนี้มีเอกสารจำนวนมากต้องใช้เวลา เพื่อพิจารณาองค์ประกอบต่างๆ ถ้าพบว่าเงินโยกจากถังนี้ไปถังโน้น ผู้รับโอนปลายทางไม่มีมูลหนี้ต่อกันก็ถือว่ามีความผิดฐานสมคบกันฟอกเงิน ดังนั้น ขอเวลาให้พนักงานสอบสวนและคณะที่ปรึกษา ดูให้ละเอียด พร้อมยืนยันทำอย่างตรงไปตรงมา
ส่วนนายกำพล และนางนิภา วิระเทพสุภรณ์ 2 ผู้ต้องหาที่หลบหนีหมายจับ และเป็นเจ้าของอาบอบนวดวิคตอเรียซีเครท ขณะนี้ยังไม่ติดต่อขอมอบตัวแต่อย่างใด
ด้าน พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์พิเศษเนชั่นทีวี ถึงคดีวิคตอเรียซีเครท ว่า รัฐบาลทำงานมา 3 ปีกว่า ให้ความสำคัญ โดยใช้ทุกวิถีทางทุกภาคส่วนจัดการกับปัญหาค้ามนุษย์ ด้วยการดำเนินคดีกับคนที่เกี่ยวข้องมาตลอด ดังนั้น ไม่อยากให้เรื่องนี้เสื่อมเสียภาพลักษณ์ประเทศไทย ในฐานะรัฐมนตรีกำกับดูแลดีเอสไอ ทราบว่า คณะทำงานได้สอบสวนเร่งหาข้อเท็จจริง จนพบว่ามีเด็กอายุต่ำกว่ากฎหมายกำหนด 14 ราย และเด็กเข้าเมืองผิดกฎหมาย 18 ราย ส่วนทางด้านการเงินได้คุยกับปปง.ให้ดูแล ปละการทุจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ ให้ป.ป.ท.ดูแล
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีเส้นทางเงินที่โยงไปถึงหลายคนแต่ละคนล้วนต่างมีชื่อเสียงในสังคม ในฐานะรมว.ยุติธรรม ให้แนวทางดีเอสไอ อย่างไร
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า ให้ความสำคัญเป็นกรณีพิเศษว่าเส้นทางเงินของผู้ที่เป็นเจ้าของตัวจริง และเงินที่ไปสู่ในธุรกิจสาขาอื่น มีความซับซ้อนพอสมควร ดีเอสไอ ได้บูรณาการทำงานร่วมกันกับ ปปง.และก.ล.ต.
"ผมจะให้ความสำคัญและจริงจังในเรื่องนี้อย่างแน่นอน โดยจะให้เข้าไปดูรายละเอียดเส้นทางเงินที่ลึกขึ้นไปกว่ากรณีที่มีการกล่าวหา และการสอบสวนในคดีปกติทั่วไป"
ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้ามามีชื่อเกี่ยวพันด้วย รมว.ยุติธรรม บอกว่า หลักฐานต่างๆ ป.ป.ท.ต้องใช้เวลา ต้องมีหลักฐานที่ชัดเจนเพื่อให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย