รบ. เตรียมดัน ไทย เป็นมหาอำนาจ การค้าผลไม้เมืองร้อน
04 ก.พ. 2561 | jirasin_yin

"ไก่อู" เผย "บิ๊กตู่" ประชุมครม.สัญจร จันทบุรี-ตราด พร้อมดัน อุตสาหกรรมอัญมณี ส่งเสริมการท่องเที่ยว ชู ไทย เป็นมหาอำนาจ การค้าผลไม้เมืองร้อน
ข่าว
04 ก.พ. 2561 | jirasin_yin

"ไก่อู" เผย "บิ๊กตู่" ประชุมครม.สัญจร จันทบุรี-ตราด พร้อมดัน อุตสาหกรรมอัญมณี ส่งเสริมการท่องเที่ยว ชู ไทย เป็นมหาอำนาจ การค้าผลไม้เมืองร้อน
4 ก.พ.61 -พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลเตรียมผลักดันให้ประเทศไทยเป็นชาติมหาอำนาจด้านการค้าผลไม้เมืองร้อนของโลก โดยจะใช้โอกาสการลงพื้นที่พบปะประชาชนและประชุม ครม.นอกสถานที่ ณ จ.จันทบุรีและตราด ในวันที่ 5-6 ก.พ.นี้ ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านมาตรฐานคุณภาพผลไม้ไทยระหว่างกระทรวงพาณิชย์ หอการค้าไทย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และมหาวิทยาลัยบูรพา และบันทึกข้อตกลงการเชื่อมโยงตลาดผลไม้ แหล่งผลิต และตลาดรองรับสำคัญ ระหว่างหอการค้าจังหวัดต่างๆ กับหอการค้านำเข้าผลไม้ของจีนและหอการค้า จ.ไพลิน ของกัมพูชา
ทั้งนี้ผลไม้ไทยมีความหลากหลาย มีรสชาติโดดเด่น เป็นที่ต้องการของตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะทุเรียน มังคุด และลำไย โดย จ.จันทบุรี เป็นจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านผลไม้และมีเป้าหมายเป็นมหานครผลไม้โลก แต่ยังคงมีข้อจำกัดด้านการผลิตและการตลาด ซึ่งรัฐบาลจะได้รับฟังปัญหาและร่วมกันแก้ไข ภายใต้ยุทธศาสตร์การค้าผลไม้ครบวงจร คือ การพัฒนาคุณภาพมาตรฐานของผลไม้ให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล พัฒนาช่องทางการจำหน่ายและกระจายผลไม้ไทย พัฒนาสมรรถนะของผู้ประกอบการ และประชาสัมพันธ์ผลไม้ให้เป็นที่ต้องการของตลาด
นอกจากนี้การลงพื้นที่ จ.จันทบุรี ของนายกฯและครม.ครั้งนี้ ต้องการส่งเสริมให้เป็นเมืองผลไม้ของโลกแล้ว ยังจะผลักดันอุตสาหกรรมอัญมณี ติดตามการดำเนินงานของวิสาหกิจเพื่อสังคม การส่งเสริมการท่องเที่ยวและเกษตรอุตสาหกรรม ส่วน จ.ตราด เน้นส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์อย่างยั่งยืน การอนุรักษ์ป่าชายเลน การจัดการน้ำเสีย และการพัฒนาสถาบันการเงินชุมชน
อย่างไรก็ตามพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. ย้ำทุกครั้งที่ลงพื้นที่และประชุมครม.นอกสถานที่ จะมีการพิจารณาแนวทางการพัฒนาภาคเศรษฐกิจและสังคมในภูมิภาคนั้นๆ โดยในครั้งนี้เป็นการลงพื้นที่ตะวันออก ซึ่งรัฐบาลจะรับฟังข้อเสนอและหารือร่วมกับภาคเอกชน ผู้นำท้องถิ่น และประชาชน เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานโครงข่ายถนน รถไฟทางคู่ รถไฟโดยสารด่วนพิเศษ แก้ไขปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคและไฟฟ้าดับ พัฒนาด่านชายแดน ท่าเทียบเรือ พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนช่วยเพิ่มขีดความสามารถในทุกด้าน ซึ่งจะสอดรับกับโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ของรัฐบาลอีกด้วย.