เมื่อเช้านี้ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร. พลตำรวจเอก ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ / รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล และเจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. พร้อมด้วยผู้แทนธนาคารไทยพาณิชย์หลายธนาคาร ร่วมกันมอบเงินจำนวน 3 ล้านบาทเศษ คืนให้กับผู้เสียหายรวม 16 ราย ที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงให้โอนเงิน สร้างความดีใจให้กับผู้เสียหายเป็นอย่างมาก เพราะหลายคนก็คิดว่าเงินน่าจะสูญไปแล้ว ไม่คิดว่าจะได้เงินคืน
ส่วนสถานการณ์การออกอาละวาดของพวกแก๊งคอลเซ็นต์ ทาง พลตำรวจตรีสุรเชษฐ์ บอกว่า ทางตำรวจได้ประสานงานกับ ปปง.ในการตรวจสอบเส้นทางการเงินเพื่ออายัดเงินคืนผู้เสียหาย รวมถึงประสาน กสทช.เพื่อบล็อกหมายเลขโทรศัพท์ที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้โทรหลอกลวงเหยื่อ
จากข้อมูลพบว่ามีกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จำนวน 7-8 กลุ่ม ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุม บางส่วนก็หนีไปต่างประเทศ ขณะนี้เหลืออยู่ประมาณ 2-3 กลุ่มเท่านั้นที่ต้องทำการสืบสวนจับกุมต่อ / ส่วนการโอนเงินของเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เข้าบัญชีเงินสกุลดิจิทอล หรือ บิทคอยน์ ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการเรียกผู้ประกอบธุรกิจสกุลเงินดิจิทัล มาวางมาตรการการดำเนินการแล้ว โดยอยู่ระหว่างการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่ชัดเจน เพื่ออายัดเงินทั้งหมดคืนให้กับผู้เสียหาย
ด้าน ผู้อำนวยการกองคดี 1 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ก็บอกว่า ทุกวันนี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานไป เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่กดดัน โดยได้ทำการตัดช่องทางการรับจ้างเปิดบัญชีแล้ว พร้อมขอฝากเตือนประชาชนว่า หากได้รับการติดต่อในลักษณะนี้ สามารถส่งข้อมูลมาให้เจ้าหน้าที่เพื่อติดตามไปจับกุมตัวคนร้ายได้
สำหรับสถิติการรับแจ้งเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ตั้งแต่วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 จนถึงปัจจุบัน พบมีผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ จำนวน 210 คน รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 81 ล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือได้แล้วทั้งสิ้นจำนวน 33 มูลค่ารวมประมาณ 15 ล้านบาท