ขณะที่ Dollar Index ยังคงอ่อนค่าร่วงลงสู่ระดับ 88.53-88.73 ในช่วงเช้าวันศุกร์ เป็นการอ่นค่าลงถึง 3.75% จากต้นปีนี้ และร่วงลง 11.03% ในรอบ 1 ปี โดยที่รายงานล่าสุดของ Deutsche Bank พบว่า การเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์เทียบกับสกุลเงินสำคัญเป็นการอ่อนค่าลง 3.4% เทียบกับเงินยูโร ขณะที่ร่วงลง 5% เทียบเงินปอนด์ และอ่อนค่าลง 3.2% เทียบเงินเยน นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังอ่อนค่ามากกว่า 4% เทียบเงินบาทที่แตะระดับ 31.29 บาทเช้าวันนี้
ทั้งนี้ การพุ่งขึ้นของบอนด์ยีลด์ในสหรัฐ ทำให้ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าร่วงลงอย่างหนักในวันนี้ เนื่องจากความวิตกกังวลของนักลงทุนที่มีต่ออัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาคเอกชนสูงขึ้นด้วย จนทำให้ความน่าดึงดูดใจในตลาดหุ้นลดลง โดยที่ดัชนี Nikkei 225 ปิดภาคเช้าร่วงลง 304.77 จุด หรือ 1.3% แตะระดับ 23,181
1. อัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี (บอนด์ยีลด์) พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทะลุระดับ 2.795% นับเป็นอัตราสูงสุดตั้งแต่เดือนเมษายน 2014 และใกล้จุดเสี่ยงอันตรายของตลาดบอนด์ที่อาจถูกเทขายอย่างถล่มทลายตามที่ Bill Gross กูรูการลลทุนในตลาดลอนด์ได้ออกมาเตือนก่อนหน้านี้ หากว่าบอนด์ยีลด์พุ่งแตะ 2.8%
การพุ่งขึ้นของบอนด์ยีลด์ในสหรัฐ เริ่ม Reflect ตลาดหุ้นเแเชีย ทำให้ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าร่วงลงอย่างหนักในวันนี้ เนื่องจากความวิตกกังวลของนักลงทุนที่มีต่ออัตราผลตอบแทนบอนด์รัฐบาลสหรัฐที่พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง จะส่งผลทำให้ต้นทุนการกู้ยืมของภาคเอกชนสูงขึ้นด้วย จนทำให้ความน่าดึงดูดใจในตลาดหุ้นลดลง โดยที่ดัชนี Nikkei 225 ปิดภาคเช้าร่วงลง 304.77 จุด หรือ 1.3% แตะระดับ 23,181
2. สวนทางกับทิศทางของ Dollar Index ยังคงอ่อนค่าร่วงลงสู่ระดับ 88.53-88.73 ในช่วงเช้าวันศุกร์ เป็นการอ่นค่าลงถึง 3.75% จากต้นปีนี้ และร่วงลง 11.03% ในรอบ 1 ปี
โดยที่รายงานล่าสุดของ Deutsche Bank พบว่า การเคลื่อนไหวของเงินดอลลาร์นับจากต้นปีนี้ เทียบกับสกุลเงินสำคัญๆ เป็นการอ่อนค่าลง 3.4% เทียบกับเงินยูโร ขณะที่ร่วงลง 5% เทียบเงินปอนด์ และอ่อนค่าลง 3.2% เทียบเงินเยน นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังอ่อนค่ามากกว่า 4% เทียบเงินบาทที่แตะระดับ 31.29 บาทเช้าวันนี้
อย่างไรก็ตาม ดอลลาร์ดีดตัวขึ้นแตะ 109 เยน หลังจากธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เข้าซื้อบอนด์รัฐบาลญี่ปุ่นในอัตราดอกเบี้ยคงที่ เพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนบอนด์อายุ 10 ปี เนื่องจากแรงกดดันองบอนด์ยีลด์รัฐบาลสหรัฐที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว
โดยที่ในช่วงเที่ยงวันนี้ตามเวลาโตเกียว ดอลลาร์เคลื่อนไหวที่ 109.67-109.68 เยน หลังขยับขึ้นแตะ 108 เยนช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา เงินยูโรเคลื่อนไหวที่ 1.2493 ดอลลาร์ เทียบกับ 1.2508-1.2518 ดอลลาร์ในวันพฤหัสฯ
3. รายงานของ Deutsche Bank ได้สรุปถึงภาวะการลงทุนในตลาดหุ้นโลกในเดือนมกราคม พบว่า ดัชนี Bovespa ของบราซิล ให้ผลตอบแทนดีที่สุดเพิ่มขึ้น 11.1% ดัชนี Hang Seng ฮ่องกงพุ่งขึ้น 9.9% ดัชนีหุ้น Greek Athex พุ่งขึ้น 9.5% ดัชนีหุ้น Russian Micex พุ่งขึ้น 8.6% และดัชนี MSCI EM ของหุ้นในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่พุ่งขึ้น 8.3% .
ส่วนดัชนีหุ้นในวอลล์สตรีทที่มีการทำนิวไฮอย่างร้อนแรงต่อเนื่องนั้น ดัชนี S&P 500 ซึ่งเป็นตัวนำให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น 5.7% ตามมาด้วยหุ้นยุโรป ดัชนี Stoxx 600 ให้ผลตอนแทนเพิ่มขึ้น 1.7%
4. ทางด้านตลาดหุ้นจีนร่วงลงหนักอย่างต่อเนื่องใน 5 วันทำการซื้อขาย ท่ามกลางการจับตาของหน่วยงานกำกับดูแลตลาดการเงินของทางการฮ่องกง หรือ HKMA รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ เนื่องจากมีการถอนเงินจากแผ่นดินใหญ่จำนวนมากผ่านเครื่อง ATM นับหลายพันล้านดอลลาร์จากการใช้บัตร ATM จำนวน 50 บัตรเบิกถอนเงินสดฝนเวลาที่ใกล้เคียงกัน
ประกอบกับตัวเลขภาคการผลิตอุตสาหกรรมของจีนที่ชะลอตัวลงในเดือนมกราคม โดยเฉพาะมีแรงขายหุ้นอย่างหนักในกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2017 ส่งผลให้ Shenzhen Composite ij;ลงถึง 5% นับตั้งแต่ต้นปีมานี้ ขณะที่ Shanghai Composite กลับร่วงลงไปอยู่ในระดับที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ ยังมีรายงานของ China Foreign Exchange Trading System (CFETS) ซึ่งเป็นหน่วยงานของธนาคารกลางจีน ระบุว่า เงินหยวนแข็งค่าขึ้น 1.60% แตะที่ 6.2885 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐในเช้าวันนี้
5. ขณะที่ราคา Bitcoin ดิ่งลงอย่างหนักสู่ระดับ 8,500 ดอลลาร์ หลังจากที่มีข่าวว่า Facebook Inc ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียรายใหญ่ระดับโลก ประกาศทางเว็บไซต์ว่า บริษัทจะแบนโฆษณาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิตัล (Cryptocurrency) รวมถึง Bitcoin และการระดมทุนด้วยการเสนอขายสกุลเงินดิจิตัลด้วยการทำ IPO
ทั้งนี้ Facebook เปิดเผยว่า บริษัทจะดำเนินนโยบายใหม่กับผลิตภัณฑ์ของบริษัทโดยทั่วถึงกัน ทั้งจาก Facebook, Audience Network และ Instagram
โดยที่การประกาศของ Facebook ในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากสกุลเงินดิจิตัลมูลค่า 58,000 ล้านเยน หรือ 532 ล้านดอลลาร์ ถูกแฮกเกอร์ทำการขโมยเงินออกไปจากระบบของ Coincheck เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา