ที่เกิดเหตุท่ามกลางความแตกตื่นของประชาชนที่กำลังเข้ามาจับจ่ายซื้อสินค้าอยู่ภายในห้างและเจ้าหน้าที่ของทางธนาคาร โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปยังภายในธนาคาร พร้อมกันพื้นที่บริเวณด้านหน้าของทางธนาคารเอาไว้ และไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวนำภาพจากกล้องวงจรปิดจากภายในบริเวณห้างไปเผยแพร่ โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดของทางห้างสามารถจับภาพตำหนิรูปพรรณของคนร้ายเอาไว้ได้ โดยคนร้ายนั้นสวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบปกคลุมใบหน้า สวมเสื้อคลุมสีดำ สวมกางเกงขายาวสีดำ สวมถุงมือสีดำ และสวมรองเท้าผ้าใบสีดำ เดินเข้ามาภายในห้าง จากทางประตูทางเข้าที่ 2 ก่อนที่จะเดินตรงเข้ามายังธนาคารที่ตั้งอยู่เยื้องกับประตูทางเข้าที่ 1 ระยะทางประมาณ 35 เมตร ก่อนที่คนร้ายจะใช้อาวุธปืนพกสั้นไม่ทราบขนาด จี้ชิงเงินจากที่บริเวณด้านหน้าเคานท์เตอร์ธนาคารไปจำนวน 6 เคานท์เตอร์จากทั้งหมด 7 เคานท์เตอร์ และเดินหลบหนีออกไปทางประตูเดิมแบบเร่งรีบ ซึ่งคนร้ายนั้นมีลักษณะที่น่าสังเกต คือ ขาด้านขวาเป๋ สูงประมาณ 165 - 170 ซม. รูปร่างล่ำสันแต่ไม่อ้วน
จากการสอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะที่ตนเลือกซื้อกระเป๋าสตางค์อยู่ที่ร้านค้าแถวกลางทางเดิน ได้เห็นคนร้ายสวมชุดคลุมสีดำทั้งชุด และสวมหมวกกันน็อกเข้ามายังภายในห้าง โดยเดินผ่านที่ด้านหลังของตนไป ก่อนที่จะเห็นคนร้ายใช้อาวุธปืนเข้าไปจี้ชิงเงินจากพนักงานของธนาคาร โดยกระโดดข้ามเข้าไปที่เคานท์เตอร์ที่ 6 ก่อนที่จะขยับจี้ไปตามเคานท์เตอร์ต่างๆ อีกจำนวนหลายเคานท์เตอร์ ตนตกใจและอุทานว่า "นี่มันปล้นธนาคารนี่" จากนั้นจึงได้รีบหลบ
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตำหนิรูปพรรณของคนร้ายรายนี้นั้น มีส่วนใกล้เคียงกับคนร้ายซึ่งมีลักษณะขาเป๋ ที่เคยก่อเหตุบุกเข้าไปจี้ชิงเงินจากธนาคารทหารไทย สาขาบางวัว มาแล้วถึง 2 ครั้ง คือ เมื่อวันที่ 7 ก.ค. 57 ได้เงินไปจำนวน 7 แสนบาท และในวันที่ 23 พ.ย. 58 ธนาคารทหารไทย สาขาเดียวกัน อีกจำนวน 1.5 ล้านบาท และในครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ที่เข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ ได้เงินไปอีกกว่า 1 ล้านบาท