หมู่บ้านเล็กๆ ที่อยู่ท่ามกลางหุบเขา ผู้คนที่นี่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สภาพสังคมในชุมชนแห่งนี้ น่าจะทำให้เด็กคนหนึ่ง เติบโตขึ้นมาอย่างมีความสุขได้ แต่ฝันร้ายของเด็กหญิงวัย 14 ปี ก็เกิดจากคนในหมู่บ้านเดียวกัน
ชายคนนี้เป็นลุงของเด็กหญิง เขาเป็นคนที่พาเธอไปแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเชียงกลม เมื่อตอน 4 ทุ่มของวันที่ 1 มกราคม เขาเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแทนหลานสาวให้เราฟังอย่างละเอียด ผู้กระทำคือกลุ่มเพื่อนของรุ่นพี่จำนวน 3 คน 2 ใน 3 คนยังมีอายุเพียง 16 และ 17 ปี ถือว่ายังเป็นเยาวชน ส่วนอีกคนอายุ 19 ปี
ลุงของเด็กหญิงตัดสินใจนำเรื่องราวที่ไม่อยากเปิดเผยนี้ มาร้องเรียนกับสื่อมวลชนเพื่อให้เป็นข่าว หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้เขาออกตามล่าผู้ที่ข่มขืนหลานสาวด้วยตัวเอง แทนที่จะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับแจ้งความดำเนินคดี
เรื่องราวที่เกิดขึ้นปรากฎอยู่ในพื้นที่สื่อทั้งหนังสือพิมพ์ และโทรทัศน์ อยู่ในช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ระยะหนึ่ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความคืบหน้าทางคดีไปมาก
ที่นี่คือ สถานีตำรวจภูธรปากชม ชายคนนี้คือพันตำรวจเอก ภุชงค์ ภัทราพงศ์สินธุ์ เป็นผู้กำกับสถานีตำรวจภูธร และเป็นคนเขียนสำนวนคดี เขาบอกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดที่ตำรวจให้เจ้าทุกข์ตามจับคนร้ายเอง แต่ยอมรับว่า คดีนี้ ทั้งผู้ถูกกระทำ และผู้กระทำเป็นเยาวชน ด้วยกันทั้งคู วิธีสืบสวนสอบสวนจึงต้องคำนึงถึงสิทธิเด็ก ที่ค่อนข้างซับซ้อนและละเอียดอ่อน
ตำรวจสามารถจับผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนได้ครบทั้ง 3 คน แต่มีคนที่ให้คำรับสารภาพว่า กระทำจริงเพียงคนเดียว และในจำนวน 3 คนนี้ มี 1 คน ที่สามารถประกันตัวออกมาได้ ส่วนอีก 2 คนยังอยู่ในเรือนจำ
ในวันที่เราลงไปทำข่าว ลุงของเด็กหญิง บอกกับเราว่า ผู้ต้องหาเยาวชนที่ถูกประกันตัวออกมา มีพฤติกรรมข่มขู่ ขับรถจักรยานยนต์ผ่านหน้าบ้านของหลานสาว สร้างความหวาดกลัว
ผู้หญิงคนนี้คือน้าสาวที่เข้ามาดูแล และพยายามเยียวยาจิตใจของหลานสาว เธอบอกว่าสภาพจิตใจของเด็กหญิง เริ่มดีขึ้นตามลำดับ แต่ยังมีภาพความรุนแรงติดตาในช่วงก่อนนอนอยู่เสมอ
การอยู่แต่บ้านก็เหมือนพาให้ตัวเองจมอยู่กับความคิดที่ฟุ้งซ่าน เด็กหญิงที่เพิ่งผ่านฝันร้ายมาเพียงสิบกว่าวัน ตัดสินใจไปโรงเรียน
น้าสาวบอกว่า วันแรกที่หลานสาวตัดสินใจไปโรงเรียนตามปกติ แต่กลับพบกับกลุ่มเพื่อนที่มาล้อเลียน ทำให้สภาพจิตใจของเด็กหญิงคนนี้ย่ำแย่ลงไปกว่าเดิม เธอเริ่มตั้งคำถามว่ามันยุติธรรมหรือไม่ ที่ผู้กระทำ ใช้สิทธิของความเป็นเด็ก ที่จะได้รับโอกาสกลับเนื้อกลับตัว แล้วหลานสาวของเธอจะได้โอกาสอะไรจากสังคม
ย้อนกลับไป คนที่สังเกตเห็นความผิดปกติของเด็กหญิงได้เป็นคนแรกก็คือยายของเธอ
ยายเล่าให้ฟังว่าเด็กคนนี้เติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์เหมือนเด็กคนอื่น แม่เสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเด็ก ส่วนพ่อมีภรรยาใหม่ก็ไม่เคยกลับมาเลี้ยงดู
นับตั้งแต่เธอเรียนชั้น ป. 4 ผู้ยายเป็นทุกอย่างในชีวิต เป็นทั้งพ่อและแม่ คอยเลี้ยงดู และให้ความอบอุ่นกับเด็กผู้หญิงคนนี้ ฝันร้ายที่เกิดขึ้นกระทบเทือนจิตใจของหญิงชราวัย 80 ปี ผู้ยาย อย่างรุนแรง
หลังพูดคุยกับยายของเด็กหญิงที่ถูกข่มขื่น เราเดินทางกลับมา พร้อมกับคำถามที่หนักอึ้งว่า ความบริสุทธิ์ของเด็กหญิงที่ถูกพรากไปจะแลกมากับอะไร แล้วผู้กระทำที่เป็นเยาวชนกลุ่มนี้ ควรได้รับโอกาสจากสังคมหรือไม่
สุเพ็ญศรี พึ่งโคกสูง ผู้จัดการมูลนิธิส่งเสริมความเสมอภาคทางสังคม ผู้เคยสอบปากคำคดีเด็กและเยาวชนมาหลายสิบคดี บอกว่า คดีเยาวชนเป็นคดีที่ต้องคำนึงถึงปมเบื้องหลังของเด็กแต่ละคน ว่าอะไรทำผลักดันให้เขาทำเรื่องแบบนี้ขึ้น
แต่คำถามที่ท้าทายก็คือ เด็กหญิงผู้ถูกกระทำ เธอจะได้รับสิทธิ และโอกาสอะไรจากสังคม ที่จะเยียวยาจิตใจของเธอ