เนชั่นทีวี

ข่าว

จนท.ระดมกำลัง รื้อถอนเพิงร้านค้าบุกรุก ริมชายหาดแม่รำพึง

30 ม.ค. 2561 | nation_ent

จนท.ระดมกำลัง
รื้อถอนเพิงร้านค้าบุกรุก
ริมชายหาดแม่รำพึง

ระยอง-เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด ระดมกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานจาก4 แห่ง กว่า 100 นาย เข้าทำการรื้อถอนเพิงร้านค้าริมชายหาดแม่รำพึง ที่บุกรุกจำนวน 10 ราย

วันที่ 30 มกราคม 2561 นายอยู่ เสมาธรรม ผู้อำนวยการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่2ศรีราชา ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติในพื้นที่จังหวัดระยองและจังหวัดจันทบุรี รวม4แห่ง กำลังเจ้าหน้าที่ทหาร พัน ร.7ค่ายมหาสุรสิงหนาท จังหวัดระยอง รวมจำนวนกว่า100นาย เข้าทำการรื้อถอนเพิงร้านค้า ประกอบอาหารทะเลและเตียงผ้าใบ ที่บุกรุกเข้าไปครอบครองพื้นที่บริเวณชายหาดแม่รำพึง หมู่ที่5ตำบลตะพง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด


สำหรับการเข้ารื้อถอนเพิงร้านค้าประกอบอาหารริมชายหาดแม่รำพึงครั้งนี้ อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด มีเป้าหมายเข้าทำการรื้อถอนเพิงร้านค้า จำนวน10ร้าน ซึ่งบุกรุกพื้นที่เข้าไปครอบครองเพื่อหาผลประโยชน์ในพื้นที่เขตอุทยานฯโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ได้อยู่ใน กลุ่ม56ราย ที่ได้รับการเยียวยา จากการถูกจับกุม เมื่อครั้ง เจ้าหน้าที่จัดระเบียบชายหาดตามนโยบาย คสช. ที่กำหนดแนวทางไว้ว่าห้ามมิให้ผู้ที่ได้รับการเยียวยาจำหน่ายจ่ายแจกหรือเซ้งขายพื้นที่ต่อให้ผู้อื่นเข้าไปครอบครองหาผลประโยชน์เป็นเด็ดขาด อีกทั้งยังถือว่ากลุ่มผู้บุกรุกครอบครองทั้ง10ราย มีการกระทำผิดขัดต่อระเบียบกฎหมายในมาตรา16และมาตรา18แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 อีกด้วย


อย่างไรก็ตามการเข้าปฏิบัติการรื้อถอนเพิงร้านค้าของเจ้าหน้าที่อุทยานครั้งนี้ ได้สร้างความไม่พอใจให้กับกลุ่มผู้บุกรุกทั้ง10ราย บางรายนำผู้หญิงมากอดเสาไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้ารื้อถอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้มีนายตำรวจเกษียณราชการ ยศพันตำรวจเอก รายหนึ่ง ที่อ้างตัวว่าเป็นทนายของกลุ่มผู้บุกรุก ได้นำหนังสือประทับรับฟ้องของศาลปกครองระยอง เข้าไปยื่นต่อนายอยู่ เสมาธรรม ผู้อำนวยการ สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่2ศรีราชา ขณะนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าทำการรื้อถอนเพิงร้านค้าบุกรุก เพื่อขอความเห็นใจและพิจารณาผ่อนปรนให้แก่ชาวบ้าน โดยอ้างว่าเรื่องดังกล่าวกำลังมีการฟ้องร้องกันอยู่ในชั้นศาลปกครอง แต่นายอยู่ เสมาธรรม ปฏิเสธที่จะรับพิจารณาในกรณีดังกล่าว พร้อมกับยืนยันว่า จะต้องดำเนินการตามหน้าที่ เพราะกลุ่มผู้บุกรุกทั้ง10ราย ฝ่าฝืนและดื้อแพ่ง ทั้งที่ได้มีการเปิดโอกาสให้เวลาทำการรื้อถอนไปเองแล้ว ซึ่งนายอยู่ เสมาธรรม ยังระบุอีกว่า ผู้บุกรุกทั้ง10ราย จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหาบุกรุกและครอบครองหาผลประโยชน์ในพื้นที่อุทยาน อีกด้วย

ข่าวล่าสุด