ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ทพ.อาคม ประดิษฐ์สุวรรณ เปิดเผยว่า หลังพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาอาศัยเทคโนโลยีเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ มีผลบังคับใช้เมื่อปี 2558 มีการตั้งคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ หรือ กคทพ. ตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมา คณะกรรมการตามกฎหมายฉบับนี้ ได้พิจารณาเรื่องขออนุญาตให้ตั้งครรภ์แทนเสร็จสิ้นแล้ว 157 คู่โดยอนุญาต 149 คู่ คิดเป็นร้อยละ 95 ในจำนวนนี้มีรายงานว่าคลอดแล้ว 12 คู่ และไม่อนุญาต 8 คู่ คิดเป็นร้อยละ 5 เนื่องจากคุณสมบัติของหญิงตั้งครรภ์ หรือผู้บริจาคไข่ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
ทพ.อาคม บอกว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีแพทย์มากความสามารถและมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ส่งผลให้ทั้งชาวไทยและต่างประเทศให้การยอมรับและเข้าใช้บริการเป็นจำนวนมาก จึงเกรงว่าจะมีการนำเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ในทางที่ผิด วันนี้ (30 ม.ค.) จึงเรียกประชุมบุคคลากรทางการแพทย์ในสถานพยาบาลที่ให้บริการด้านนี้มาอบรมทำความเข้าใจ เรื่องการตั้งครรภ์แทนหรืออุ้มบุญ
ด้าน รศ.นพ.กำธร พฤกษานนท์ ผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ บอกว่าเด็กที่เกิดตามพรบ.อุ้มบุญ จะเป็นบุตรของเจ้าของไข่และน้ำเชื้อโดยชอบธรรม แต่ทุกวันนี้ก็ยังอาจมีการรับจ้างตั้งครรภ์ หรือ ขายตัวอ่อนและอสุจิอยู่ ก็พยายามกำกับดูแลไม่ให้เกิดขึ้น โดยอยากให้ประชาชนช่วยเป็นหูเป็นตาด้วย หากพบเบาะแสแจ้งที่กรม สบส โทร 021937000