เนชั่นทีวี

ข่าว

ยายวัย 85 สุดทนบุกร้องทหาร ถูกตำรวจยึดครองที่ดิน และข่มขู่

26 ม.ค. 2561 | lastman

ยายวัย 85 สุดทนบุกร้องทหาร ถูกตำรวจยึดครองที่ดิน และข่มขู่

ยายวัย 85 ชาวสุราษฎร์ บุกเดี่ยวร้องผู้การฯ ทหาร ระบุถูกนายตำรวจเข้ายึดครองที่ดิน แถมยังคุกคามข่มขู่ เคยร้องเรียนมาแล้วแต่เรื่องเงียบหายไม่คืบหน้า


นางบุญพา (พุฒ) มีเดช อายุ 85 ปี ชาว ต.ประสงค์ อ.ท่าชนะ เข้ายื่นหนังสือถึงนายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ โดยผ่านทางศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด และยื่นหนังสือต่อ พล.ต. มโนช จันทร์คีรี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 45 และยื่นหนังสือต่อพ ล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรสุราษฎร์ ขอความเป็นธรรมและขอการคุ้มครองความปลอดภัย

จากเหตุนายตำรวจยศ ร.ต.ท.สังกัด สภ.ท่าชนะใช้อำนาจในหน้าที่และใช้อำนาจเถื่อนพร้อมอาวุธปืนข่มขู่เอาชีวิตหลังนายตำรวจคนดังกล่าวนำครอบครัวบุกเข้ายึดที่สวนยาง ทุเรียน ปาล์มน้ำมัน ที่กำลังให้ผลผลิตจำนวน 33 ไร่ ซึ่งเป็นที่ดินของนางบุญพาที่สร้างมากับมือมูลค่าเมื่อ 10 ปีก่อน 4.7 ล้านบาท และนางบุญพา พยายามที่จะขอร้องให้ออกจากพื้นที่แต่ไม่เป็นผลจนมีเหตุบาดหมางใจกัน

หลังจากที่มีปากเสียงกันนางบุญพาถูกคนร้ายจำนวน 3 คนบุกเข้าปล้นบ้าน ทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัส คนร้ายฉกเงินสดไป 750,000 สร้อยคอทองคำหนัก 6 บาท นางบุญพา จึงขอให้ผู้นำ 3 หน่วยงานดังกล่าวช่วยดำเนินการให้นำนายตำรวจพร้อมครอบครัวออกจากพื้นที่สวนของตนเอง และขอให้ผู้บังคับบัญชาย้ายนายตำรวจคนดังกล่าวออกจาก อ.ท่าชนะ และขอกำลังคุ้มครองดูแลความปลอด เนื่องจากตนเป็นคนแก่อยู่บ้านเพียงลำพัง

ส่วนสาเหตุที่นางบุญพา ได้รู้จักกับนายตำรวจคนดังกล่าวเนื่องจาก เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2553 นายตำรวจเข้ามาตีสนิทสร้างความคุ้นเคยกันเปรียบเสมือนญาติสนิท และขอยืมเงินสดนางบุญพา ติดต่อกันหลายครั้งเป็นจำนวนเงินหลายแสนบาท โดยที่ไม่ได้ทำสัญญาและไม่เคยได้รับคืนเลย ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2557 นายตำรวจคนนี้ได้ขอพื้นที่ปลูกพืชผักสวนครัวในสวนดังกล่าว นางบุญพา เห็นว่าเป็นตำรวจมีทั้งยศฐาบรรดาศักดิ์ ประกอบกับในช่วงนั้นนายตำรวจคนนี้ประสบปัญหาขาดทุนจากการเลี้ยงกุ้ง จึงได้อนุญาต

หลังจากนั้นนายตำรวจคนนี้ได้นำครอบครัวมาปลูกพืชผักสวนครัวในร่องต้นปาล์มน้ำมันและขอเข้าไปดูแลปรับปรุงดูแลต้นทุเรียนอายุกว่า 10 ปี จำนวนกว่า 100 ต้นที่กำลังให้ผลผลิต โดยมีข้อตกลงว่าหักค่าต้นทุนแล้วแบ่งครึ่ง โดยมิได้ทำสัญญา ในปีแรกที่เก็บผลผลิต ได้นำเงินให้นางบุญพาจำนวน 15,000 บาทมาให้ และให้เพียงครั้งเดียวจากที่ขายผลผลิต 4 ปี จากปกติที่นางบุญพามีรายได้จากสวนนี้ประมาณปีละ 30,000 - 40,000 บาท
ต่อมาเมื่อประมาณกลางปี พ.ศ. 2560 ตำรวจคนนี้ได้นำคนงานเข้ามาในพื้นที่สวนหมู่ที่ 13 เพื่อดำเนินการตัดโค่นต้นปาล์มน้ำมันทิ้ง อ้างว่าจะทำการปลูกต้นมะนาว โดยมิได้บอก นางบุญพาจึงได้ไปต่อว่าและขอให้ยุติการกระทำดังกล่าวหากฝ่าฝืนจะมีการแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกทำลายทรัพย์สิน จึงสร้างความไม่พอใจแก่นายตำรวจคนนี้แต่ก็ยอมออกจากพื้นที่ไป

ต่อมาประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน 2560 ได้บุกรุกเข้าไปยึดครองพื้นที่สวนและอ้างเป็นของตนเอง ตนได้ร้องเรียนไปยังศูนย์ดำรงธรรมอำเภอท่าชนะตามคำแนะนำของผู้ใหญ่บ้านแต่เรื่องไม่มีความคืบหน้าหลังจากมีปัญหาเรื่องที่ดินทำกินกับตำรวจคนนี้แล้ว เมื่อเดือนกลางธันวาคมมีคนร้ายจำนวน 3 คนบุกเข้ามาปล้นบ้าน

ด้าน พล.ต.ต.อภิชาติ ระบุในเบื้องต้นได้รับเรื่องร้องทุกข์ของผู้เสียหายไว้แล้วสั่งการให้ พ.ต.อ.ทักษิณ ศิริโภคพัฒน์ ผกก.สภ.ท่าชนะ เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงด้วยตนเอง พร้อมให้จัดเจ้าหน้าที่เข้าคุ้มครองดูแลความปลอดภัย และให้ตรวจข้อเท็จจริงให้แล้วเสร็จภายใน 15 วันแล้วรายงายมายังตน หากผลการตรวจสอบพบว่ามีมูลความจริงจะดำเนินการทั้งทางวินัยและอาญา ซึ่งในเบื้องตนจะมีคำสั่งให้นายตำรวจที่ถูกกล่าวหามาช่วยราชการที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อรอขั้นตอนการสอบสวนข้อเท็จจริง

ในขณะที่นางบุญพา บอกว่าดีใจมากที่ผู้ใหญ่ให้ความสำคัญและให้การดูแล หลังจากตนทนทุกข์มานาน อยู่ภายในบ้านก็ต้องปิดประตูหน้าต่าง ส่วนลูกหลานกลัวความไม่ปลอดภัยไม่มีใครกล้าเข้าใกล้

ข่าวล่าสุด