ป.ป.ช.มีกฎหมายของตัวเองเมื่อปี 2542 จึงเริ่มทำงานหลังจากนั้น กรณีแรกที่จะยกมาเปรียบเทียบ คือ คดีของ พลตรีสนั่น ขจรประศาสน์ หรือ "เสธ.หนั่น" อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ คดีนี้เริ่มจากการแจ้งบัญชีทรัพย์สินเท็จ ไม่สามารถชี้แจงที่มาของ "เงินกู้ 45 ล้านบาท" ได้ ช่วงที่ถูกกล่าวหา เสธ.หนั่น ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในรัฐบาลคุณชวน หลีกภัย แต่ไม่ยอมลาออกเพื่อแสดงสปิริต กระทั่ง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิด เสธ.หนั่นจึงลาออก ซึ่งก็ยังถือว่ามีสปิริตระดับหนึ่ง เพราะยังมีขั้นตอนพิสูจน์ตัวเองในศาลรัฐธรรมนูญ ต่อมา เสธ.หนั่น สู้คดีในศาลรัฐธรรมนูญ แต่พ่ายแพ้ ศาลวินิจฉัยว่ามีความผิด จึงถูกเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี
กรณีต่อมา คือ คดีซุกหุ้นของ อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดช่วงที่คุณทักษิณดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสมัยแรก (ช่วงนั้นเพิ่งชนะเลือกตั้งมาได้ไม่นาน กระแสความนิยมท่วมท้น) แต่เจ้าตัวไม่ลาออกจากตำแหน่ง และต่อสู้คดีในศาลรัฐธรรมนูญ จนสุดท้ายศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าไม่มีความผิด ด้วยมติ 8 ต่อ 7 กรณีคุณทักษิณ ถือว่าไม่แสดงสปิริตเช่นกัน ไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนเพื่อเปิดทางให้องค์กรตรวจสอบทำงานอย่างเต็มที่ แถมช่วงสู้คดีในศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่ลาออก เพียงแต่สุดท้ายศาลชี้ว่าไม่มีความผิด
ข้ามมาที่รัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ หลังการรัฐประหารปี 49 มีรัฐมนตรี 8 คนถูกตรวจสอบพบว่าถือหุ้นเกิน 5% โดยไม่รายงานให้ ป.ป.ช.ทราบ ถือว่าขัดต่อกฎหมายการจัดการหุ้นของรัฐมนตรี แม้รัฐธรรมนูญฉบับปี 50 จะมีบทเฉพาะกาลยกเว้นไม่ให้บังคับใช้เรื่องนี้กับรัฐมนตรีในรัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ เพราะดำรงตำแหน่งมาก่อนรัฐธรรมนูญประกาศใช้ แต่เมื่อสื่อนำเสนอข่าว ก็มีรัฐมนตรี 2 คนลาออกทันที อีก 3 คนลาออกเมื่อ ป.ป.ช.ชี้มูล และอีก 3 คนไม่ลาออก
คดีรัฐมนตรีถือหุ้นเกิน 5% โดยไม่แจ้ง ป.ป.ช. ยังเกิดขึ้นในรัฐบาลชุดต่อมา คือรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช มีรัฐมนตรี 2 คนถูกกล่าวหา แม้ ป.ป.ช.ชี้มูลว่าผิด แต่ก็ไม่ลาออก สุดท้ายต้องให้ศาลตัดสินถึงยอมออก
จะเห็นได้ว่ามาตรฐานการแสดงสปิริตทางการเมืองมีหลายมาตรฐาน ถ้าจะเอามาตรฐานสูงสุดเหมือนประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลาย คือเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองถูกกล่าวหาจากสื่อ หรือโซเชียลมีเดีย แล้วมีมูล ก็ตัดสินใจลาออกแสดงความรับผิดชอบทันที หรือเปิดทางให้มีการตรวจสอบอย่างเต็มที่โปร่งใส มาตรฐานระดับนี้ก็มีมาแล้วในประเทศไทย คือ รัฐมนตรี 2 คนในรัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ มาตรฐานระดับรองลงมา คือเมื่อองค์กรตรวจสอบชี้มูลว่ากระทำผิด ก็ลาออกทันที แม้จะยังมีขั้นตอนต้องพิสูจน์กันในชั้นศาล มาตรฐานระดับนี้ เสธ.หนั่น และรัฐมนตรีอีก 3 คนในรัฐบาล พลเอกสุรยุทธ์ ก็เคยแสดงให้เห็นมาก่อนส่วนคนที่ไม่แสดงสปิริตใดๆ เลย ก็มีเหมือนกัน บางคนพิสูจน์ตัวเองในศาลแล้วชนะ บางคนสู้คดีแล้วแพ้ ก็ต้องหลุดจากเก้าอี้ในที่สุด เรียกได้ว่ามีทุกแบบ
ก็ต้องถามใจ พลเอกประวิตร ว่าท่านจะแสดงสปิริตแบบไหน หรือจะไม่แสดงเลยก็ได้ เพราะเรื่องสปิริต เป็นมาตรฐานทางจริยธรรม การแสดงหรือไม่แสดงก็ไม่ใช่ความผิดอะไร และกฎหมายก็ไม่ได้บังคับไว้ แต่มันเป็นเรื่องการสร้างความมั่นใจ เชื่อมั่นในสายตาของพี่น้องประชาชน