นำตัว 2 ผู้ต้องหาชาวอิสราเอลทำแผนฆ่าเพื่อนร่วมชาติ
24 ม.ค. 2561 | teerawat_cha

สุราษฎร์ธานี - นำตัวผู้ต้องหาชาวอิสราเอลไล่ฆ่าเพื่อนร่วมชาติที่เกาะสมุยอย่างโหดเหี้ยมทำแผน เผยขอโทษชาวไทยไม่ต้องการให้มองประเทศอิสราเอลในทางเสียหาย
ข่าว
24 ม.ค. 2561 | teerawat_cha

สุราษฎร์ธานี - นำตัวผู้ต้องหาชาวอิสราเอลไล่ฆ่าเพื่อนร่วมชาติที่เกาะสมุยอย่างโหดเหี้ยมทำแผน เผยขอโทษชาวไทยไม่ต้องการให้มองประเทศอิสราเอลในทางเสียหาย
ความคืบหน้ากรณีนายเอยาล โบคาล อายุ 25 ปี และ นายโดเลฟ ชัวเรช อายุ 23 ปี 2 ผู้ต้องหาชาวอิสราเอลฆ่าโหด 2 สามีภรรยาเพื่อนร่วมชาติที่เกาะสมุยเมื่อวันที่ 21 ม.ค.61 ที่ผ่านมา และตำรวจจับกุมได้ที่สนามบินดอนเมืองขณะจะหลบหนีออกนอกประเทศและนำตัวมาสอบปากคำที่ สภ.บ่อผุด พื้นที่เกิดเหตุ
ล่าสุดวันนี้ (24 ม.ค. 61) หลังจากพนักงานสอบสวนใช้เวลากว่า 7 ชั่วโมง ในการสอบสวน 2 ผู้ต้องหา จนนายโดเรฟ ซูอาเรส อายุ 23 ปี ช่วงแรกยอมรับสารภาพเป็นมือมีดแทงนายมาออ มาลิล อายุ 34 ปี เสียชีวิต และนางสาวราเชล โอซาน่า อายุ 31 ปี ได้รับบาดเจ็บ ส่วนนายเอยาล โบคาล อายุ 25 ปี ให้การปฏิเสธรับแค่เป็นคนขับรถ แต่ในช่วงหลังให้การภาคเสธและยินดีไปชี้จุดเกิดเหตุเพราะทำให้ภาพลักษณ์ประเทศไทยเสียหายและขออำพรางปิดบังใบหน้า
จนกระทั่งเมื่อเวลา 13.30 น. ทางตำรวจได้นำตัวนายโดเรฟ ซูอาเรส อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาซึ่งสวมหมวกไหมพรมปิดหน้า สวมเสื้อเกราะอ่อน และตั้งใจจะ ไปทำแผนชี้จุดเกิดเหตุ 4 จุด คือจุดแรก หน้าโรงพยาบาลสมุยอินเตอร์เนชั่นแนลซึ่งเป็นจุดที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 ขับรถเก๋งไล่ชนผู้เสียชีวิต แล้วลงมาแทง จุดที่ 2 ที่ผู้ต้องหานำรถยนต์ที่ใช้ก่อเหตุนำไปจอดทิ้งบริเวณหน้าหมู่บ้านมั่นคง หน้าวิทยาลัยการท่องเที่ยวนานาชาติเกาะสมุย
จุดที่ 3 นำอาวุธมีดที่ใช้ก่อเหตุใส่กระเป๋าไปทิ้งในพงหญ้า ใกล้กับวิทยาลัยนานาชาติเกาะสมุย และจุดที่ผู้ต้องหาเปิดห้องพักที่อพาร์ทเม้นท์ที่พัก และจุดที่ 4 บริเวณทางแยกถนนหลังโรงพยาบาลไทยอินเตอร์เนชั่นแนล เป็นจุดที่ผู้ต้องหาใช้ในการสลับเปลี่ยนรถยนต์ระหว่างหลบหนี แต่ปรากฏว่าไปชี้จุดเพียง 2 จุดเท่านั้น คือจุดเกิดเหตุกับจุดอพาร์ทเม้นท์ที่พัก และที่ยอมทำแผนชี้จุดเกิดเหตุ เพราะรู้สึกผิดและขอโทษคนไทยที่ทำให้ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวเสียหาย
ส่วนนายเอยาล โบคาล อายุ 25 ปี ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธได้ให้ความร่วมมือในการเดินทางไปชี้จุดเกิดเหตุ โดยมี พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สรศักดิ์ เย็นเปรม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 เดินทางมาควบคุมดูแลการทำแผนด้วยตัวเอง จากนั้นนำตัวขออำนาจศาลจังหวัดเกาะสมุยฝากขังผัดแรก 12 วัน
โดยระหว่างทำแผนและชี้จุดเกิดเหตุ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพผ่านล่ามในครั้งนี้ว่าที่ให้ความร่วมมือเป็นการขอโทษชาวเกาะสมุยและประชาชนชาวไทยที่ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงทางการท่องเที่ยว และไม่ต้องการให้ชาวไทยมองชาวอิสราเอลในทางเสียหาย
อย่างไรก็ตามภายหลังจากที่ 1 ในผู้ต้องหาให้การรับสารภาพก่อนทำแผนประกอบคำรับสารภาพ พล.ต.ต.อภิชาติ บุญศรีโรจน์ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ได้เรียกกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 100 นาย เพื่อชี้แจงมอบภารกิจในระหว่างการทำแผนให้ผ่านได้ด้วยดี.