ล่าสุดวันนี้ คุณวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. จึงต้องเปิดแถลงความคืบหน้าการสอบสวนประเด็นนาฬิกาหรูของ พลเอกประวิตร ต่อสื่อมวลชน / สรุปง่ายๆ ได้ 3 ประเด็นดังนี้
1.เรื่องกรอบการทำงาน คุณวรวิทย์ อธิบายว่า ที่มาของเรื่องนาฬิกา เริ่มมาจากนาฬิกาหรู 1 เรือนก่อน (ซึ่งก็คือ ยี่ห้อริชาร์ด มิลล์ ที่ใส่ไปถ่ายรูปหมู่ ครม.ประยุทธ์ 5) แต่ตอนนี้เป็นประเด็นเพิ่มขึ้นมา เพราะมีภาพปรากฏในสื่อ ทำให้มีการคาดการณ์ว่า พลเอกประวิตร มีนาฬิกาหรูถึง 25 เรือน และเกิดคำถามว่ามีนาฬิกา 25 เรือนจริงหรือไม่ ซึ่ง ป.ป.ช.ต้องเข้าไปตรวจสอบความมีอยู่จริง และที่มาของนาฬิกาเหล่านั้น
2.เรื่องกระบวนการตรวจสอบ ขณะนี้ ป.ป.ช.ได้สอบปากคำพยานปากสำคัญได้เกือบทุกปากแล้ว (คาดว่าน่าจะหมายถึงเอกชน 4 คนที่ พลเอกประวิตร อ้างถึง) ขณะนี้เหลือแค่พยาน 1 ปากเท่านั้นที่อยู่ต่างประเทศ ป.ป.ช.จะเดินทางไปสัมภาษณ์ภายในสัปดาห์หน้า และ ป.ป.ช.ยังได้มีหนังสือไปยังบริษัทตัวแทนจำหน่ายนาฬิกาภายในประเทศที่ปรากฏข่าว จำนวน 13 แห่ง เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงด้วย
3.หากการทำงานเป็นไปตามขั้นตอนที่กำหนด คาดว่าเรื่องนี้จะแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์
นี่คือ 3 ประเด็นใหญ่ๆ ที่แถลงออกมา ล่าความจริงได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการตรวจสอบทุจริต มีการตั้งข้อสังเกตเชิงวิเคราะห์แบบนี้
1.ป.ป.ช.แสดงท่าทีไม่ค่อยเชื่อว่านาฬิกาของ พลเอกประวิตร มีมากถึง 25 เรือนจริงๆ ตามที่ปรากฏภาพในโซเชียลมีเดีย ไปฟังเสียงคุณวรวิทย์ เลขาธิการ ป.ป.ช.กัน
นี่คือข้อสังเกตข้อ 1 ฟังๆ แล้ว ป.ป.ช.ทำท่าจะไม่เชื่อว่านาฬิกามี 25 เรือน ซึ่งก็ตรงกับที่ พลเอกประวิตร ออกมาบอกไว้ก่อนหน้านี้ ว่านาฬิกาที่เคยใส่มีไม่ถึง 25 เรือน ส่วนภาพในโซเชียลมีเดีย เป็นการเอาภาพเก่ามาวน
2.หาก ป.ป.ช.เชื่อว่า พลเอกประวิตร ยืมนาฬิกาคนอื่นมาใส่จริง จะไม่มีความผิดตามกฎหมายเลย เพราะช่วงหนึ่ง คุณวรวิทย์ บอกว่า ถ้าเป็นของยืมมา ไม่จำเป็นต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน แม้จะครอบครองเฉยๆ ก็ไม่ต้องแจ้ง ทรัพย์สินที่ต้องรายงาน ป.ป.ช. ต้องเป็นเจ้าของ คือ ถือกรรมสิทธิ์เท่านั้น
เป็นคำถามที่น่าสนใจนะคะ / ถ้า ป.ป.ช.เชื่อว่า พลเอกประวิตร ยืมนาฬิกาเพื่อนมาใส่ทุกเรือน / และยังเชื่อว่า แหวนเพชรก็ยืมของแม่มา / จะเป็นบรรทัดฐานต่อไปหรือไม่ว่า นักการเมืองที่ครอบครองทรัพย์สิน ก็จะอ้างว่ายืมคนอื่นมาทั้งนั้น แล้วจะทำกันอย่างไร
ข้อสังเกตข้อ 3 / ท่าทีของ ป.ป.ช.ยังดูอึกๆ อักๆ ไม่ตอบทุกคำถามอย่างตรงไปตรงมาเหมือนเคย / บางคำถามก็ไม่ยอมตอบ และพยายามเลี่ยงสื่อตลอดเวลา / ทำให้ภาพสะท้อนของประชาชนที่มอง ป.ป.ช. ไม่มีความเชื่อมั่นว่าจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาจริงๆ
นี่คือข้อสังเกต 3 ข้อที่ล่าความจริงรวบรวมมาจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการตรวจสอบทุจริต / ก็น่าคิดว่านี่คือการส่งสัญญาณ "มวยล้ม" ล็อคคำตอบล่วงหน้ากันแล้วหรือเปล่า