เมื่ออากาศดี วิวทิวทัศน์สวยงาม นักท่องเที่ยวก็หลั่งไหลเข้ามาเป็นจำนวนมาก จนในที่สุดทางจังหวัดได้หันมาส่งเสริมการท่องเที่ยว ส่งผลให้ชาวม้งเริ่มปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่ ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยการก่อสร้างที่พัก และสุดท้ายก็มีปัญหานายทุนคืบคลานเข้ามา ทำให้ภูทับเบิกเต็มไปด้วยอาคาร เรือนพัก และรีสอร์ท จนความสวยงามของที่นี่เปลี่ยนไป แล้วก็จบลงด้วยการจัดระเบียบรื้อถอนรีสอร์ทไปแล้วหลายร้อยหลัง เพราะก่อสร้างไม่ถูกต้อง ไม่เว้นแม้กระทั่งไหล่เขา และบางส่วนรุกล้ำพื้นที่ป่า
การดำเนินการในส่วนนี้ก็เพื่อให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติโรงแรม และสอดรับกับมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2560 ที่อนุมัติแผนแม่บทการแก้ไขปัญหาพื้นที่ภูทับเบิก ประจำปี 2560-2565 ตามที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือ กระทรวง พม.เสนอให้เป็นพื้นที่ผ่อนปรนเพื่อการท่องเที่ยว
ชาวม้งในพื้นที่ยอมรับว่า ภูทับเบิกในอดีตกับปัจจุบันเปลี่ยนไปมาก จากป่ากะหล่ำ ก็มีบ้านพักและรีสอร์ทโผล่ขึ้นมา ซึ่งเป็นไปตามความต้องการของนักท่องเที่ยว เพราะหน้าฝน ไม่สามารถนอนเต็นท์ได้ แต่ยืนยันว่าเขตป่าชุมชนที่หวงห้ามไว้ ตอนนี้ยังเหมือนเดิม มีแนวเขตชัดเจน แต่เมื่อต้องปรับเปลี่ยนอัตลักษณ์ให้เป็นไปตามแผนแม่บทของรัฐบาล ก็ต้องมีผลกระทบตามมา โดยเฉพาะรายได้ที่หายไป
ความเจริญทางวัตถุอย่างไม่มีขอบเขตที่เข้ามาสอดแทรกอยู่กับธรรมชาติ ย่อมก่อความเสื่อมโทรมตามมา ฉะนั้นหากทุกคนช่วยกันดูแล ความเสียหายก็จะไม่ขยายวงมากไปกว่านี้ และนอกจากภาครัฐจะเข้าจัดระเบียบภูทับเบิกแล้ว ยังมีการจัดระเบียบที่เขาค้อ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของจังหวัดเพชรบูรณ์ด้วยเช่นกัน เพียงแต่บริบทของที่นั่น อาจยังไม่มีแผนปฏิบัติที่ชัดเจน