ที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 19 มกราคม นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อม ดร.ทศพร นุชอนงค์ อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี ผู้แทนปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และ ดร.สุพัฒน์ กลิ่นเขียว รองผู้อำนวยการสนับสนุนทางเทคนิค สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ผู้แทนปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือส่งเสริมสนับสนุนและผลักดันให้อุทยานธรณีโคราช ให้ได้รับการรับรองจากองค์กรยูเนสโก ปี 2562 เพื่อให้จังหวัดนครราชสีมา เป็นดินแดนแห่ง 3 มงกุฎ ของยูเนสโก หรือ The UNESCO Triple Crown
โดยมีนายสุเมธ อำภรณ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด (ทสจ.) นครราชสีมา ผศ.ดร.ประเทือง จินตสกุล ผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานธรณีโคราช นายสุรชิต แวงโสธรณ์ ผู้อำนวยการสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช นายมนตรี ปิยากูล ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครราชสีมา และผู้แทนส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สถาบันการศึกษา องค์กรเอกชนและผู้นำชุมชน กว่า300 คน ร่วมเป็นสักขีพยานและแสดงความยินดีกันอย่างชื่นมื่น
นายวิเชียร ฯ ผวจ.นครราชสีมา ในฐานะผู้แทนภาครัฐเจ้าของพื้นที่ ว่า การเป็นดินแดนแห่ง 3 มงกุฎของยูเนสโก หมายถึงจังหวัดนครราชสีมา ต้องมีโปรแกรมอนุรักษ์ของยูเนสโกครบทั้ง 3 โปรแกรม คล้ายกับเมืองซาเลอร์โน ประเทศอิตาลี หรือจังหวัดเชจู ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งมีทั้งมรดกโลก (World Heritage) พื้นที่สงวนชีวมณฑล (Biosphere Reserve) และอุทยานธรณีโลก (Global Geopark) อยู่ภายในพื้นที่จังหวัดเดียวกัน
ขณะนี้จังหวัดนครราชสีมา มี 2 โปรแกรมแรก ได้แก่มรดกโลก ผืนป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่ และพื้นที่สงวนชีวมณฑลป่าสะแกราช การลงนามความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับท้องถิ่นและประเทศ ส่งเสริม สนับสนุน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์และความร่วมมือการศึกษาวิจัย การพัฒนาเศรษฐกิจสังคมของชุมชนท้องถิ่นในรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและเชิงธรณี เป็นระยะเวลา 5 ปี
โดยเชื่อมโยงแหล่งมรดกโลก พื้นที่สงวนชีวมณฑลและอุทยานธรณีโคราช ให้เป็นไปตามเงื่อนไขของยูเนสโก หากดำเนินการเป็นรูปธรรม นำไปสู่การได้รับรองตามเป้าหมาย จังหวัดนครราชสีมา จะเป็นจังหวัดที่สามของโลก จังหวัดที่สองของเอเซียและแห่งแรกของประเทศไทย ช่วยส่งเสริมธุรกิจท่องเที่ยวและเกิดประโยชน์กับชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน รวมทั้งเป็นที่รู้จักของกลุ่มนักอนุรักษ์และนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก