เนชั่นทีวี

ข่าว

ทหารหน่วยวิจัยกองทัพรุมตำหนินักข่าวเนชั่น

19 ม.ค. 2561 | lastman

ทหารหน่วยวิจัยกองทัพรุมตำหนินักข่าวเนชั่น

อีกหนึ่งประเด็นที่ "ล่าความจริง" เกาะติดมาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน คือ กรณีที่ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. เข้าไปตรวจสอบความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง และการมีอยู่จริงของครุภัณฑ์ในหน่วยวิจัยของกองทัพหน่วยหนึ่ง โดยเฉพาะโครงการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเฉลิมพระเกียรติ ในหลวงรัชกาลที่ 9 วันนี้มีข่าวว่าทางหน่วยวิจัยหน่วยนี้ มีประชุมกันเป็นการภายในเพื่อตรวจสอบข่าวที่ออกมา "ล่าความจริง" จึงส่งทีมข่าวไปสังเกตการณ์ ปรากฏว่านายทหารทั้งชายและหญิงของหน่วยนี้ นอกจากจะไม่ยอมให้ข้อมูลใดๆ กับทีมข่าวแล้ว ยังต่อว่าทีมข่าวแบบเสียๆ หายๆ ด้วย

บรรยากาศช่วงที่ผู้สื่อข่าวของล่าความจริง เข้าไปสังเกตการณ์ภายในหน่วยวิจัยของกองทัพ และได้ขอสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง ปรากฏว่ามีทหารระดับนายพันออกมาพบทีมข่าว 2 คน คนแรกเป็นผู้ชาย นอกจากจะปฏิเสธการให้สัมภาษณ์แล้ว ยังต่อว่าทีมข่าวว่านำเสนอข้อมูลไม่ถูกต้อง โดยเฉพาะเรื่องที่อ้างว่า ครุภัณฑ์สูญหาย สตง.มาตรวจแล้วไม่พบ ทั้งๆ ที่โครงการนี้เป็นโครงการวิจัย ซึ่งผู้วิจัยต้องลงพื้นที่เก็บข้อมูลทั่วประเทศ จึงนำครุภัณฑ์ทั้งหมดติดตัวไปด้วย ไม่ได้ใช้ในสำนักงาน ข่าวที่ออกไปทำให้หน่วยได้รับความเสียหาย และคนทำงานหมดกำลังใจนี่คือคลิปเหตุการณ์จริงระหว่างการลงพื้นที่ของทีมข่าวในวันนี้ ซึ่งเรานำมาเปิดให้คุณผู้ชมได้ชมกัน แม้จะต่อว่าทีมข่าวก็ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นข้อเท็จจริงสองด้านที่สามารถวิจารณ์การทำงานของสื่อมวลชนได้แต่เรื่องนี้ต้องขออธิบายเพิ่มเติมว่า การเข้าไปตรวจสอบหน่วยวิจัยของกองทัพ โดย สตง.นั้น แยกออกเป็น 2 ประเด็น คือหนึ่ง การมีอยู่จริงของครุภัณฑ์ในโครงการวิจัย เรื่องนี้ตามรายงานของ สตง.ตอนแรก ระบุว่าไม่พบครุภัณฑ์ และส่งหนังสือให้นายทหารยศ "พันเอก" ที่เป็นหัวหน้าโครงการ ส่งเอกสารชี้แจงเพิ่มเติม โดยขณะที่เข้าไปตรวจ นายทหารคนนี้ลางานไปต่างประเทศ จึงไม่สามารถตรวจความมีอยู่จริงของครุภัณฑ์ได้ ต่อมานายทหารคนนี้เดินทางกลับมา และได้ส่งเอกสารชี้แจงแล้ว และผู้บัญชาการทหารบก พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์เรื่องนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยยืนยันว่าครุภัณฑ์ทั้งหมดไม่ได้หายไปไหน ซึ่งล่าความจริงก็ได้นำเสนอข่าวอย่างตรงไปตรงมานี่คือคำสัมภาษณ์ของ ผบ.ทบ. ซึ่งล่าความจริงก็นำเสนอข่าวไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ยืนยันว่าครุภัณฑ์ไม่ได้หายไปไหน ยังอยู่ครบ แต่ปัญหาที่ตรวจไม่พบ เพราะหน่วยวิจัยหน่วยนี้ไม่มีคลังเก็บครุภัณฑ์ หัวหน้าโครงการจึงต้องนำกลับไปเก็บรักษาที่บ้านแต่ประเด็นปัญหายังไม่จบแค่นั้น ยังมีอีกประเด็นหนึ่งคือ ความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง เพราะ "ล่าความจริง" ตรวจสอบพบว่า หัวหน้าโครงการวิจัย ซึ่งเป็นนายทหารยศ "พันเอก" ได้จัดซื้อครุภัณฑ์บางส่วนที่ใช้ในโครงการ จากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งมีชื่อตนเองเป็นกรรมการ เข้าทำนอง "ซื้อเอง-ขายเอง"ประเด็นนี้ ปรากฏว่าระหว่างที่ทีมข่าวลงพื้นที่ในวันนี้ ทหารระดับนายพันทั้ง 2 คนก็ไม่ได้ชี้แจงอะไร

ขณะที่ ผบ.ทบ. พลเอกเฉลิมชัย สิทธิสาท ให้สัมภาษณ์กับ "ล่าความจริง" เมื่อวานนี้ว่า พันเอกหัวหน้าโครงการได้ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัทแล้ว ส่วนครุภัณฑ์ที่จัดซื้อจากบริษัทเอกชนรายนี้ ก็สามารถซื้อได้ในราคาถูกกว่าท้องตลาด นี่คือคำชี้แจงจาก ผบ.ทบ. ซึ่งล่าความจริงก็นำเสนอไปแล้วเมื่อวานนี้เช่นกันแต่ประเด็นนี้ยังไม่จบ เพราะยังมีคำถามว่า การที่หัวหน้าโครงการวิจัยของหน่วยราชการ จัดซื้อครุภัณฑ์จากบริษัทที่ตัวเองเคยเป็นกรรมการ (ซึ่งเท่าที่มีข้อมูล แม้จะลาออกจากกรรมการแล้ว กรรมการอีกคนหนึ่งก็ยังเป็นภรรยาของทหารคนนี้) แบบนี้เข้าข่ายผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่เพราะกฎหมาย ป.ป.ช.มาตรา 100 บัญญัติว่า ห้ามมิให้เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดดำเนินกิจการ ดังต่อไปนี้1.เป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ ในฐานะที่มีอำนาจกำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือดำเนินคดี2.เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในห้างหุ้นส่วน หรือบริษัทที่เข้าเป็นคู่สัญญากับหน่วยงานของรัฐ ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ และมีอำนาจกำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือดำเนินคดีนี่คือคำถามที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่ใช่เราถาม แต่ คุณวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่น ก็ถามเหมือนกัน โดยบอกว่า กองทัพถือเป็นหน่วยงานราชการหน่วยหนึ่ง การจะซื้อของจากบริษัทตัวเองเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แม้จะยังไม่ชัดเจน แต่ผู้บังคับบัญชาก็ควรตั้งกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบ ไม่ใช่ด่วนตัดสินว่าถูกหรือผิดทันที"ล่าความจริง" ยังตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม พบว่า กองทัพไม่มีงบประมาณสำหรับโครงการวิจัยโดยตรง หน่วยวิจัยของกองทัพจึงต้องขอทุนวิจัยจากแหล่งทุนอื่น เมือได้รับทุนวิจัยแล้ว แหล่งทุนจะโอนเงินเข้าบัญชีของหน่วย ซึ่งบัญชีเหล่านี้ ไม่ได้ถูกตรวจสอบจากหน่วยตรวจสอบภายในของกองทัพ จึงอาจเป็นช่องทางเลี่ยงกฎหมาย หรือกฎระเบียบ แล้วจัดซื้อครุภัณฑ์จากบริษัทของตนเอง หรือบริษัทที่ตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องได้เหมือนกันนี่คือข้อมูลทุกด้านที่ล่าความจริงนำมารายงาน ทั้งบวกและลบ ปัญหาก็คือยังมีคำถามที่ยังไม่ได้ตอบ เราในฐานะสื่อมวลชนก็ต้องตั้งคำถาม โดยไม่ได้มีเจตนาจะทำให้หน่วยงานใดเสียหาย และจะสังเกตเห็นว่า การรายงานข่าวของเรา ไม่เคยระบุชื่อหน่วยวิจัยของกองทัพหน่วยนี้เลย

ข่าวล่าสุด