ชุดอีโอดี/ตำรวจ/ทหารกว่า 50 นาย สแกนหาปลอก"ไรเฟิล"ไม่พบ!
17 ม.ค. 2561 | nation_ent

(ประจวบคีรีขันธ์)ชุดอีโอดี/ตำรวจ/ทหารกว่า 50 นาย สแกนหาปลอกไรเฟิลไม่พบ ส่งมอบปืนไรเฟิล .375ให้ สภ.บ้างยางชุม ตรวจสอบ
ข่าว
17 ม.ค. 2561 | nation_ent

(ประจวบคีรีขันธ์)ชุดอีโอดี/ตำรวจ/ทหารกว่า 50 นาย สแกนหาปลอกไรเฟิลไม่พบ ส่งมอบปืนไรเฟิล .375ให้ สภ.บ้างยางชุม ตรวจสอบ
ประจวบฯ/วันนี้ตำรวจระดมกำลังหน่วยอีโอดีจากหน่วยต่างๆและทหาร ร่วม 50 นายสแกนหาหัวกระสุนนาน 6 ชม.ในไร่สับปะรดบ้านย่านซื่อ เป็นจุดที่มีข้อมูลว่าบริเวณดังกล่าวได้ยินเสียงปืนและช้างร้อง แต่ไม่พบปลอกไรเฟิล ขนาด.375 และเชิญตัวเจ้าของไร่มาสอบปากคำเบื้องต้น ซึ่งล่าสุดตำรวจชุดสืบสวนนำปืนไรเฟิล ขนาด .375 จากพื้นที่อำเภอปราณบุรี 1 กระบอกมาส่งมอบให้พนักงานสอบสวน ตรวจสอบ
ความคืบหน้ากรณีช้างป่ากุยบุรี ถูกยิงด้วยอาวุธไรเฟิล ล้มบริเวณลำห้วย ใขเขตอุทยานแห่งชาติกุยบุรี หมู่ 8บ้านพุบอน อ.กุยบุรี จ.ประจวบฯตั้งแต่วันที่12มกราคม ที่ผ่านมาวันนี้เป็นวันที่5ของการติดตามการคลี่คลายคดีดังกล่าวหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบเบื่องต้นว่าหัวกระสุนไรเฟิลที่ใช้ยิงช้างป่าเป็นขนาด .375 ซึ่งเป็นหัวกระสุนชนิดพิเศษ ที่มีไว้ใช้เพื่อยิงสัตว์ใหญ่ หรือเรียกกันว่ากระสุนสังหาร ซึ่งวันนี้ตำรวจระดมกำลังหน่วยอีโอดีจากหน่วยต่างๆและทหาร ร่วม 50 นายสแกนหาหัวกระสุนนาน 6 ชม.ไม่พบปลอกไรเฟิล ล่าสุดตำรวจชุดสืบสวนนำปืนไรเฟิล จากพื้นที่อำเภอปราณบุรี 1 กระบอกมาส่งมอบให้พนักงานสอบสวน ซึ่งพบว่าเป็นปืนที่มีทะเบียนถูกต้อง
พันตำรวจเอก ชนะ สุวรรณโกมล รอง.บก.ภ.จว.ประจวบฯหัวหน้าชุุดสืบสวน คดีช้างป่าถูกยิง ซึ่งมีการปรุะติดตามความคืบหน้าดคีจากชุดสืบสวนที่ลงหาข่าวในอำเภอกุยบุรี โดยใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนในหลายโรงพักข้างเคียงเริ่มได้ข้อมูลจากการสอบปากคำของชาวบ้านในพื้นที่บ้านย่ายซื่อ ซึ่งได้ยินเสียงอาวุธปืนดังเมื่อคืนวันที่7มกราคม และเสียงช้างป่าร้องทำให้การทำงานของตำรวจ เริ่มได้เบาะแสเพิ่มขึ้น
(17 มกราคม 2561) วันนี้ที่สถานีตำรวจภูรบ้านยางชุม พ.ต.อ.สมฤกษ์ ชัยสุกัญญาสันต์ ผกก.บ้านยางชุม, พ.ต.ท.สวัสดิ์ ศรีนาก รอง.ผกก.สส.สภ.บ้านยางชุม,พ.ต.ท.ธีระ สูงยิ่ง รอง.ผกก.สอบสวน พร้อมหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือหน่วยอีโอดี จากตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 ค่ายพระมงกุฏเกล้า,ตำรวจพลร่มค่ายนเรศวร ชะอำ,ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน จ.ประจวบฯ ร่วมกันสนธิกำลังทั้ง จ่าสิบเอก หงษ์ทอง หัวหน้าชุด ชุดรักษาความสงบที่ 2 พื้นที่อำเภอกุยบุรี,ทหารชุดประสานงานโครงการพระราชดำริ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ และตำรวจตระเวนชายแดน 1454 บ้านย่านซื่อ พร้อมนายอรุณชัย สมมิตร ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 บ้านยางชุมเหนือ และเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี
ได้เดินทางไปยังบริเวณหุบตาเหวี่ยน หมู่ 9 บ้านย่านซื่อ ต.หาดขาม องกุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นจุดที่พยานให้การว่าได้ยินเสียงปืนดังลัช้างร้องบริเวณหุบดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 50 นายพร้อมเครื่องสแกนโลหะจำนวน 5 ตัว แบ่งกระจายกำลังเข้าสแกนโลหะบริเวณทางเดินร่องกลางแปลงสับปะรด ตั้งแต่บริเวณเพิงพักที่เจ้าของไร่ใช้เฝ้าไร่ไปจนถึงบริเวณชายเขา ซึ่งในการสแกนพื้นที่ครั้งนี้พบเพียงร่องรอยช้างป่าในแปลงสับปะรด ซึ่งเป็นจุดที่ช้างป่าน่าจะทรุดลงหลังจากโดนอาวุธปืนไรเฟิล ซึ่งจุดที่ใช้เยิงอาจเป็นไปได้ว่าจะอยู่บนเพิงพักก็อาจเป็นได้หรือบนห้าง หรือจะในบริเวณทางเดินและในร่องสับปะรดก็อาจเป็นไปได้ในระยะยิงประมาณ 500-1,000 เมตร
แต่อย่างไรก็ตามการเข้าสแกนพื้นที่ซึ่งเป็นจุดที่คาดว่าลงมือยิงช้างป่าพลายงาม กุยบุรีจนล้มแม้เจ้าหน้าที่จะช่วยกันตรวจสอบในไร่สับปะรดบริเวณดังกล่าวอยู่นานประมาณ 6 ชั่วโมงเต็ม แต่ไม่พบปลอกกระสุนชนิดใดๆพบเพียงหมอนรองกระสุนลูกซอง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน ทั้งนี้สับปะรดดังกล่าวได้มีการสแกนพื้นที่ต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 2 วันแล้ว
ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิดอีโอดี ตำรวจพลร่ม และตำรวพิสูจน์หลักฐาน ยังไม่ได้ระบุต่อไปว่าจะมีการสแกนพื้นที่บริเวณใดของบ้านย่านซื่อเพื่มเติมอีกหรือไม่
โดยทางพ.ต.อ.เจริญ ชนประเสริฐ ผู้กำกับสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้มีการเชิญตัวเจ้าของไร่สับปะรดบริเวณจุดที่มีผู้ให้ข้อมูลว่าได้ยินเสียงปืนและช้างร้องมาจากบริเวณไร่ดังกล่าวมาให้ปากคำ ซึ่งทราบในเบื้องต้นว่าเป็นไร่ของนายรำพวล วงค์เณร อายุ 54 ปี ชาวบ้านตำบลสามกระทาย อำเภอกุยบุรี มาให้ปากคำซึ่งไม่เป็นที่เปิดเผยในรายละเอียด และกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่าทำไร่สับปะรดอยู่บริเวณดังกล่าวมา 20 ปีแล้วส่วนเพิงพักที่อยู่บริเวณไร่ก็ให้ชาวไร่ข้างเคียงเข้ามาใช้เฝ้าช้างด้วย พร้อมกันนี้พนักงานสอบสวน สภ.บ้านยางชุม ยังคงทำการสอบปากคำชาวบ้านในพื้นที่เพิ่มเติม
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดี และชุดที่เข้าไปสแกนวัตถุ ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่าผู้ลงมือยิงช้างป่าพลายงามงาม กุยบุรี ในช่วงกลางคืนทำเพียงคนเดียวหรือไม่ หรือมีผู้คอยส่องสปอร์คไลค์ให้ผู้ที่ลงมือยิงช้างป่า และเป็นไปได้หรือไม่ที่ผู้ลงมือ ใช้สปอร์คไลค์สวมไว้ที่ศรีษะ และยืนยิงหรือใช้ท่านอนยิงและเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะยิงจากจุดเพิงพัก ประเด็นสำคัญหลักยิงแล้วปลอกกระสุนสลัดออกหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถสรุปได้ สำหรับหุบตาเหวี่ยน ห่างจากจุดที่ช้างล้มในร่องห้วยบ้านพุบอนเพียง 7 กิโลเมตร
ส่วนอาวุธปืนไรเฟิลที่มีการขึ้นทะเบียนของอำเภอกุยบุรี 20 กระบอก และ 1 ในกระบอกที่ขึ้นทะเบียนไว้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังมีการประสานงานกับฝ่ายปกครองทั้งอำเภอปราณบุรี อำเภอสามร้อยยอด และอำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ เพื่มเติมเกี่ยวกับการตรวจสอบอาวุธปืนไรเฟิลที่ขึ้นทะเบียน
โดยวันนี้มีเจ้าของอาวุธปืนไรเฟิลจากปราณบุรี นำปืนไรเฟิลขนาด .375 ซึ่งมีทะเบียน มอบให้กับตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปราณบุรี เดินทางมาส่งมอบให้กับพนักงานสอบสวน สภ.บ้านยางชุม และมีรายงานว่ายังมีอีก 1 กระบอกในพื้นที่อำเภอหัวหิน
อย่างไรก็ตามทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ทางตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เร่งคลี่คลายคดียิงช้างป่ากุยบุรี ให้ได้เพราะเป็นคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ