โดยรองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ หักพาล บอกว่า เจ้าหน้าที่จับกุมกลุ่มผู้ต้องหาที่นำบัตรประชาชนของ คุณณิชา ไปเปิดบัญชีได้ทั้งหมดแล้ว เป็นชายชาวต่างชาติ 1 ราย และหญิงไทยอีก 2 ราย ซึ่งจากกการสอบสวนเบื้องต้นพบเป็นขบวนการแกงค์โรแมนซ์สแกม สวมบัตรเปิดบัญชี ไม่ใช่ลักษณะการโทรศัพท์หลอกลวงเหมือนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยขณะนี้ตำรวจยังอยู่ระหว่างเร่งสอบสวนเส้นทางการเงิน ของครอบครัว คุณณิชา รวมถึงหากตรวจพบความเชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ก็จะดำเนินคดีไม่มีการละเว้น แต่หากพบว่าไม่มีความเกี่ยวข้องก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา โดยในวันพรุ่งนี้ ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา จะสั่งการให้แถลงรายละเอียดทั้งหมดในคดีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ด้านพันตำรวจเอก พนัญชัย ชื่น ใจธรรม รองผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว ผู้ดูแลศูนย์ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กล่าวว่า ล่าสุดจากการตรวจสอบข้อมูลคำให้การของคุณณิชา ซึ่งเข้าให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า มีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็นกับพวกคนร้าย ส่วนประเด็นที่มีการแจ้งความบัตรประชาชนหายถึง 3 ครั้ง ก็อาจจะเรื่องปกติ ที่เด็กวัยรุ่นทำบัตรประชาชนหายบ่อยครั้ง หรือ อาจจะไม่พอใจรูปภาพใบหน้าในบัตรประชาชนจึงไปขอทำใหม่
สำหรับเงินในบัญชี ที่มีจำนวน 6 ล้านบาทนั้น กำลังประสานข้อมูลไปที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน รวมทั้งต้องตรวจสอบด้วยว่าคุณณิชา มีการติดต่อกับผู้ต้องหาในรูปแบบอื่นหรือไม่ เพราะจากการตรวจสอบทางโทรศัพท์พบว่าไม่มีการติดต่อกัน จึงยังไม่พบความเชื่อมโยงของคุณณิชากับผู้ต้องหาลุ้นระทึก "ณิชา" แพะหรือแกะ?
สรุปคดีของน้องณิชา ก็รอลุ้นวันพรุ่งนี้ว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะแถลงว่าอย่างไร โดยขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่า ท่าน ผบ.ตร. พลตำรวจเอก จักรทิพย์ ชัยจินดา จะแถลงเองหรือไม่ หรือจะมอบหมายให้ใครเป็นผู้แถลง
แต่ความเคลื่อนไหวที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือ ตำรวจสงสัยน้องณิชา ว่าอาจจะร่วมกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หรือโรแมนซ์สแกม แสร้งทำบัตรประชาชนหาย เพื่อให้คนในแก๊งนำไปเปิดบัญชี จากนั้นก็ไปหลอกลวงต้มตุ๋นเหยื่อ กระทั่งสุดท้ายก็โอนเงินผ่านเข้ามาเป็นส่วนแบ่ง
ประเด็นสงสัยของตำรวจ ประกอบด้วย
1.น้องณิชามีเงินผ่านบัญชีสูงถึง 6 ล้านบาท
2.น้องณิชามีประวัติทำบัตรประชาชนหายอย่างน้อยๆ 3 ครั้ง
3.น้องณิชาอาจเคยติดต่อกับผู้ต้องหาที่นำบัตรประชาชนของตนที่อ้างว่าทำหาย (ซึ่งก็คือคุณปวีณา) ไปเปิดบัญชีธนาคาร
นี่เองที่ทำให้เมื่อวันก่อนมีการสอบปากคำน้องณิชานานถึง 12 ชั่วโมง และมีการระดมพนักงานสอบสวนจากทุกท้องที่ที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกันสอบปากคำ
แต่น้องณิชาเอง ก็ชี้แจงประเด็นเหล่านี้ได้พอสมควร เช่น การมีเงินผ่านบัญชีหลักหลายล้าน เป็นเงินของบิดา ส่วนการทำบัตรประชาชนหาย อาจเป็นเรื่องธรรมดาของวัยรุ่น หรือไม่พอใจภาพถ่ายในบัตร ส่วนการติดต่อกับผู้ต้องหา มีการตรวจสอบการใช้โทรศัพท์แล้ว ไม่พบความเชื่อมโยง
สรุปก็คือต้องรอลุ้นกันวันพรุ่งนี้ ว่าน้องณิชาเป็น "แพะ" หรือ "แกะ" กันแน่ หลายคนนึกย้อนไปถึงคดีครูจอมทรัพย์กันเลยนะ ยังไงรอฟังคำแถลงของตำรวจในวันพรุ่งนี้ดีกว่า