เนชั่นทีวี

ข่าว

ดาบนี้เพื่อใคร? ป.ป.ช. "ไม่รีเซ็ต" แถมเพิ่มวาระ!

15 ม.ค. 2561 | wanchat

ดาบนี้เพื่อใคร? ป.ป.ช. "ไม่รีเซ็ต" แถมเพิ่มวาระ!

มาตามกันต่อเกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองว่าด้วย "กฎหมาย ป.ป.ช.ฉบับใหม่" หรือ "ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต" ร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช.ไปแล้วเมื่อปลายปีที่ผ่านมา แต่ตอนนี้กำลังมีปัญหาใน 2 ประเด็นสำคัญ ซึ่งไม่ใช่แค่ปัญหาในข้อกฎหมายเท่านั้น แต่ยังโยงไปถึงประเด็นร้อนทางการเมือง เกี่ยวกับคดีต่างๆ ที่ค้างอยู่ใน ป.ป.ช. รวมถึงคดี "แหวนเพชรแทงตา นาฬิกาสุดหรู" ด้วย

ร่างกฎหมาย ป.ป.ช.ฉบับนี้ มีการแก้ไขบทเฉพาะกาล 2 ประเด็น คือ

1.ไม่ "รีเซ็ต" กรรมการ ป.ป.ป.ชุดปัจจุบัน ทั้งๆ ที่บางคนขาดคุณสมบัติอย่างชัดเจน ซึ่งเป็น "คุณสมบัติใหม่" ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ เช่น พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ประธาน ป.ป.ช. หลายฝ่ายเชื่อว่าขาดคุณสมบัติค่อนข้างแน่ เพราะไม่เคยเป็นหัวหน้าส่วนราชการระดับอธิบดี (เคยเป็นรองผบ.ตร. ซึ่งเคยมีการตีความว่าไม่ใช่ระดับอธิบดี)

2.เพิ่มวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการ ป.ป.ช.เป็น 9 ปี เหมือนกฎหมายเก่าเมื่อปี 42 ทั้งๆ ที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เขียนไว้ชัดเจนว่า วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการ ป.ป.ช. มีแค่ 7 ปีเท่านั้น
เหตุนี้เอง วันนี้ คุณศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงไปยื่นหนังสือที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้นายกฯลุงตู่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ว่าร่างกฎหมาย ป.ป.ช.ฉบับใหม่ ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญหรือไม่
ประเด็นนี้สอดคล้องกับข้อเสนอของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ หรือ กรธ. ที่เปิดทางให้สมาชิก สนช. เข้าชื่อกันยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ประเด็นที่สุ่มเสี่ยงขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ
ตอนนี้ยังไม่ชัดว่า สนช.หรือนายกรัฐมนตรีจะมีท่าทีอย่างไร จะยอมส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่ แต่ร่างกฎหมาย ป.ป.ช.ที่ออกมาก็ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์กันกระหึ่มว่า สนช.ในฐานะที่ผ่านร่างกฎหมาย รับใบสั่งจากผู้มีอำนาจ เพื่อให้กรรมการ ป.ป.ช.ชุดปัจจุบัน ได้ทำหน้าที่ต่อไป ทั้งๆ ที่กรรมการบางคน (โดยเฉพาะประธาน) ส่อว่าจะขาดคุณสมบัติหรือไม่ แถมยังให้โบนัส ดำรงตำแหน่ง 9 ปี ทั้งๆ ที่วาระการดำรงตำแหน่งที่กำหนดในรัฐธรรมนูญ กำหนดไว้แค่ 7 ปีเท่านั้น
ต้นเหตุของเสียงวิจารณ์ที่กระหึ่มไปทั่ว ก็เพราะ ป.ป.ช.ชุดนี้ ถูกมองว่าทำงานสอดรับกับผู้มีอำนาจในบ้านเมืองอย่าง คสช. แถมประธาน ป.ป.ช. คือ พลตำรวจเอก วัชรพล ยังมีความใกล้ชิดสนิทสนมอย่างมากกับ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เพราะเคยดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งหมายถึง "เลขาฯหน้าห้อง" ของรองนายกฯ คือ พลเอกประวิตร ช่วงต้นของรัฐบาล คสช.ด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงของการพิจารณาร่างกฎหมาย ป.ป.ช. ยังมีการส่ง พลตำรวจเอก พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ น้องชายแท้ๆ ของ พลเอกประวิตร เข้าไปเป็นกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างกฎหมายในชั้นแปรญัตติ และเชื่อกันว่ามีส่วนทำให้กฎหมาย ป.ป.ช.ออกมาในแบบที่เป็นข่าว คือ ไม่รีเซ็ตกรรมการ ป.ป.ช.ทั้งชุด และเพิ่มวาระจาก 7 ปีเป็น 9 ปี
เรื่องนี้มีการมองเชื่อมโยงกันว่า ผู้มีอำนาจในบ้านเมืองอาจต้องการเก็บกรรมการ ป.ป.ช.ชุดนี้ไว้เป็นเกราะป้องกันตนเองหรือไม่ เพราะ ป.ป.ช.มีอำนาจมาก สามารถใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองเล่นงานฝ่ายตรงข้ามได้ ขณะเดียวกันก็เอาไว้ปกป้องพวกตัวเองเวลาถูกกล่าวหา อย่างกรณีการแจ้งบัญชีทรัพย์สินของผู้ใหญ่ในรัฐบาล ป.ป.ช.ก็อาจทำงานช้า หรือเชื่อคนง่าย ยืมเพื่อนมาก็เชื่อ อะไรแบบนี้

เมื่อมีกระแสกดดันให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความกฎหมาย ป.ป.ช. ก็มีนักข่าวไปถาม พลตำรวจเอกวัชรพล ซึ่งตกเป็นเป้าจับตาอยู่ในขณะนี้ เพราะได้ประโยชน์จากบทเฉพาะกาลในกฎหมาย ทั้งเรื่องไม่รีเซ็ตกรรมการ และเรื่องเพิ่มวาระจาก 7 ปี เป็น 9 ปี

พลตำรวจเอก วัชรพล ตอบว่า ไม่รู้สึกกังวลหากจะมีการส่งตีความ แต่รู้สึกดีใจมากกว่า ส่วนตัวอยากให้ยื่นศาลรัฐธรรมนูญ 100 % เพราะหากศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่ากฎหมายขัดรัฐธรรมนูญ ตนก็พร้อมพ้นจากหน้าที่

ท่านวัชรพลใช้คำนี้เลย บอกว่า "ถ้าวันหนึ่งผมพ้นจากตำแหน่ง จะขอบคุณเลย เซย์กู๊ดบาย แต่ถ้าไม่พ้น จะต้องทำงานหนักกว่าเดิม"
ท่านประธาน ป.ป.ช. พร้อมขนาดนี้ ถึงขนาดว่าหลุดจากตำแหน่งก็ไม่กลัว แล้วผู้รับผิดชอบจะรออะไร ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเลยดีไหม จะได้ชัดเจนกันไป

ข่าวล่าสุด