เนชั่นทีวี

ข่าว

รวมพลังจี้ยกเลิก "ประกาศ-คำสั่งคสช." 35 ฉบับ

15 ม.ค. 2561 | wanchat

รวมพลังจี้ยกเลิก "ประกาศ-คำสั่งคสช." 35 ฉบับ

เป็นที่ทราบกันดีกว่า ประเทศไทยอยู่ภายใต้การควบคุมอำนาจการปกครองของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มานานกว่า 3 ปี 8 เดือนแล้ว ซึ่งที่ผ่านมา คสช.ได้ใช้ "อำนาจพิเศษ" ออกประกาศและคำสั่ง คสช. รวมทั้งคำสั่งหัวหน้า คสช.โดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญชั่วคราว มาตรา 44 มากถึง 533 ฉบับ โดยรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ยังบัญญัติรับรองให้ประกาศและคำสั่งทั้งหมดมีสถานะเป็นกฎหมาย และมีผลบังคับใช้เรื่อยไป จนกว่าจะมีการออกพระราชบัญญัติมายกเลิก แต่ก็ต้องยอมรับว่าประกาศและคำสั่ง คสช.บางส่วน มีเนื้อหาลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างชัดแจ้ง ทั้งๆที่ประเทศกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ประชาธิปไตย ทำให้เครือข่ายภาคประชาชน 24 กลุ่ม จัดกิจกรรมรวมตัวกันเพื่อล่ารายชื่อเสนอกฎหมายยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. จำนวน 35 ฉบับที่มีเนื้อหาจำกัดสิทธิเสรีภาพของคนไทย

ตัวแทนภาคประชาชน 24 เครือข่าย ตั้งโต๊ะอ่านแถลงการณ์ ประกาศจุดยืนร่วมกันใช้สิทธิ์ตามมาตรา 133 ของรัฐธรรมนญูฉบับใหม่ รวบรวมรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10,000 รายชื่อ เพื่อเตรียมเสนอกฎหมายที่ชื่อว่า "ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย" ซึ่งถือเป็นกฎหมายของประชาชนที่จะยื่นต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เพื่อให้พิจารณาผ่านเป็นกฎหมาย และมีผลยกเลิกประกาศกับคำสั่ง คสช.และคำสั่งหัวหน้าคสช. จำนวน 35 ฉบับ เพื่อปลดอาวุธ คสช. และทวงคืนสถานการณ์ปกติให้กับบ้านเมือง เนื่องจากเห็นว่าประกาศและคำสั่งทั้ง 35 ฉบับ มีเนื้อหาจำกัดสิทธิ์ของประชาชนในด้านต่างๆ อยางกว้างขวาง

ตัวอย่างเช่น คำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2558 ที่ให้อำนาจทหารเรียกตัวประชาชนมารายงานตัวและควบคุมตัวในสถานที่ปิดลับได้โดยไม่แจ้งข้อกล่าวหาเป็นเวลา 7 วัน พร้อมยกเว้นความรับผิดให้กับเจ้าหน้าที่ รวมทั้งห้ามประชาชนชุมนุมทางการเมืองตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ประกาศ คสช.ฉบับที่ 37/2557 ที่กำหนดให้คดีบางประเภทของพลเรือนต้องขึ้นศาลทหาร ประกาศ คสช. ฉบับที่ 97/2557 และ 103/2557 ที่จำกัดแนวทางการนำเสนอเนื้อหาของสื่อมวลชน นอกจากนั้นยังมีการดำเนินนโยบาย "ทวงคืนผืนป่า" ตามคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 64/2557 และ 66/2557 ทำให้มีการจับกุมดำเนินคดีประชาชนไปแล้วหลายพันคน เป็นต้น

ที่ปรึกษาศูนย์ข้อมูลกฎหมายและคดีเสรีภาพ มองว่า ประกาศ คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช.เหล่านี้ จำกัดสิทธิและเสรีภาพของประชาชนในการชุมนุมเคลื่อนไหวด้านต่างๆ ทั้งด้านหลักประกันสุขภาพ ชุมชน และการประชุมวิชาการ ทั้งที่แท้ที่จริงแล้ว รัฐบาลควรให้อำนาจเหล่านี้แก่ประชาชนเพื่อตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานราชการ รวมทั้งรัฐบาลด้วย
สอดคล้องกับขบวนการผู้หญิงปฏิรูปประเทศไทย หรือ WeMove ที่มองว่า ประกาศ คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช.หลายฉบับ ทำให้ประชาชนเดือดร้อน แม้แต่การรณรงค์ประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับการส่งเสริมสิทธิทำกินของผู้หญิง หรือเรื่องที่ดินทำกิน ก็ไม่สามารถรณรงค์ได้ เพราะจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมอยู่เป็นประจำ เนื่องจากมองว่าเป็นการชุมนุมทางการเมือง
กลุ่มเครือข่ายภาคประชาชนยังมองว่า ในปี 2561 เป็นช่วงเวลาที่ต้องเดินหน้าตาม "โรดแมพสู่เลือกตั้ง" แต่หากประกาศและคำสั่งของ คสช. เหล่านี้ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ ย่อมไม่สามารถทำให้เกิดการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ ยุติธรรมได้ และไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นการนำพาประเทศกลับสู่ระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง
สำหรับคุณผู้ชมที่ต้องการสนับสนุนการออกกฎหมายเพื่อยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช.ตามที่มีการรณรงค์กันนี้ ก็สามารถลงชื่อได้ตามสถานที่สาธารณะต่างๆ เพราะทางเครือข่ายภาคประชาชนจะไปตั้งโต๊ะรับการลงชื่อ นอกจากนั้นยังสามารถลงชื่อผ่านเว็บไซต์ ilaw.io ได้อีกด้วย ซึ่งจะว่าไปเรื่องนี้ก็สอดคล้องกับท่าทีของรัฐบาลจากการประชุม ครม.เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ที่ว่าจะขีดกรอบการใช้อำนาจตามมาตรา 44 ให้น้อยลง เพื่อไม่ให้หน่วยงานต่างๆ เสนอใช้อำนาจนี้อย่างพร่ำเพรื่อ และให้เร่งแปลงประกาศ/คำสั่ง คสช.ต่างๆ เป็นกฎหมาย หรือพระราชบัญญัติ มิฉะนั้นก็จะต้องยกเลิกไปทั้งหมด

ข่าวล่าสุด