จนท.ปกครองคัดแยกเหยือค้ากาม "วิคตอเรียฯ" แล้ว พบผู้เสียหายต่างชาติ 3 ราย
15 ม.ค. 2561 | te

จนท.ปกครองคัดเเยกเหยือค้ากาม "วิคตอเรียฯ" แล้ว พบผู้เสียหายต่างชาติ 3 ราย เร่งส่งตัวไปศูนย์ผู้เสียหายค้ามนุษย์ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ
ข่าว
15 ม.ค. 2561 | te

จนท.ปกครองคัดเเยกเหยือค้ากาม "วิคตอเรียฯ" แล้ว พบผู้เสียหายต่างชาติ 3 ราย เร่งส่งตัวไปศูนย์ผู้เสียหายค้ามนุษย์ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ
จากกรณีเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมการปกครอง เจ้าหน้าที่ทหาร เข้าตรวจค้นสถานบริการอาบอบนวด วิคตอเรียซีเครท เลขที่ 555 ซอยศูนย์วิจัย 4 ถนนพระราม 9 แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ หลังได้รับร้องเรียนว่าสถานบริการดังกล่าวลักลอบค้าประเวณีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี โดยจากการตรวจสอบพบหญิงบริการ 113 คนและจับกุมนายบุญทรัพย์ อมรรัตนสิริหรือป๋ากบ อายุ 55 ปี หัวหน้าเชียร์แขกดำเนินคดีฐานค้ามนุษย์ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 15 ม.ค. ที่สน.วังทองหลางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายศรัทธาธรรม แจ้งฉาย อายุ 67 ปี พร้อมด้วยนายชัยณรงค์ อันสุข อายุ 54 ปี นายมนัส อ่วมทับ อายุ 49 ปี นายเอกณพัชร์ จารุวัฒน์ปฐมกุล อายุ 30 ปี นายสมชาย แสงอุดม อายุ 53 ปี ไปขออำนาจศาลอาญา รัชดาภิเษก ฝากขังในข้อหาร่วมเป็นธุระจัดหาหรือชักพาไปซึ่งบุคคลใด เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี แม้บุคคลนั้นจะยินยอมก็ตามตามมาตรา 9 วรรคแรก พรบ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีพ.ศ.2539, ข้อหาร่วมเป็นผู้ดูแลหรือผู้จัดการการค้าประเวณีหรือสถานการค้าประเวณี หรือเป็นผู้ควบคุมกระทำการค้าประเวณีในสถานการค้าประเวณีอันเป็นสถานการค้าประเวณีที่มีบุคคลตามม.11 วรรคแรกพรบ.ป้องกันและปราบปรามการค้าประเวณีพ.ศ.2539 และข้อหาร่วมเป็นผู้สนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหาหรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหญิงแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม ตามม.282 วรรคแรกแห่งประมวลกฎหมายอาญา นอกจากนี้ยังแจ้งข้อหาเพิ่มเติมกับนายศรัทธาธรรมอีก ในข้อหาเป็นผู้รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักร โดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น และช่วยด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม ตามม.64 พรบ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 พร้อมระบุท้ายคำร้องคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐา
รายงานข่าวจากชุดปฏิบัติการพิเศษกรมการปกครองแจ้งว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองร่วมกับทีมสหวิชาชีพ ได้คัดแยกผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ทั้ง 113 คนที่ถูกควบคุมมา ผลการคัดแยกผู้เสียหายคือ
1.เป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ อายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 3 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำตัวส่งคุ้มครอง ยังศูนย์ผู้เสียหายค้ามนุษย์ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยในจำนวน 3 คนเป็นคนสัญชาติเมียนมาร์ จำนวน 2 คน และสัญชาติจีน จำนวน 1 คน
2.เป็นผู้ที่อาจจะเป็นผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จำนว 25 คน มีรูปร่างลักษณะอายุต่ำกว่า 18 ปี ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวทั้ง 25 รายไปตรวจมวลกระดูกที่ รพ.ตำรวจ เป็นสัญชาติเมียนมาร์ จำนวน 21 คน, สัญชาติลาวจำนวน 3 คน และสัญชาติไทย จำนวน 1 คน ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มนี้ทางเจ้าหน้าที่จะทำการคุ้มครองชั่วคราว โดยจะถูกคุมตัวอยู่ที่สถานคุ้มครองและพัฒนาอาชีพบ้านเกร็ดตระการ
3. ไม่เข้าข่ายผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ อายุเกินกว่า 18 ปีขึ้นไป จำนวน 85 คน สัญชาติเมียนมาร์ 69 คน สัญชาติลาว 11 คน สัญชาติไทย 3 คนและไม่ยืนยันสัญชาติอีก 1 คน ในส่วนนี้จะแบ่งดำเนินคดี โดยในส่วนของคนไทยทั้ง 3 ราย ถูกดำเนินคดีในข้อหาค้าประเวณี ส่วนที่เหลืออีก 82 คน จะทำการสอบสวนอย่างละเอียด พร้อมส่งต่อให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ใช้อำนาจตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองพ.ศ.2522 นำส่งกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนภาค1 คลอง5 อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เพื่อควบคุมตัวต่อไป
รายงานข่าวเเจ้งว่า องค์กรพัฒนาเอกชน มูลนิธิพิทักษ์สตรีและองค์กรต่อต้านการค้ามนุษย์ (NVADER) มีความเห็นแย้งว่าอาจจะเป็นผู้เสียหาย ควรให้พนักงานสอบสวนส่งต่อให้สำนักงานตรวจคน เข้าเมือง ใช้อำนาจตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 พิจารณาดำเนินการ จำนวน 6 คน และที่ประชุมผู้แทนหน่วยงาน ผู้ร่วมปฏิบัติงาน ประกอบด้วยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมการปกครอง และสำนักงานอัยการสูงสุด เห็นว่าควรให้พนักงานสอบสวน ส่งตัวให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองใช้อำนาจตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 พิจารณาดำเนินการและให้พนักงานสอบสวนแสวงหาข้อเท็จจริงเพิ่มเติม จำนวน 79 คน