ที่เกิดเหตุเป็นร้านอาหารชื่อ ร้านผัดไทยชาละวัน หรือผัดไทยพิจิตร เลขที่ 141 ถ.ช่อแฮ ต.ในเวียง อ.เมือง จ.แพร่ มี น.ส.ลัดดา ศักดา เป็นเจ้าของร้านได้ให้การว่า ที่ผ่านมาทุกครั้งก็จะเก็บเงินที่ขายได้ในแต่ละวันทั้งเงินจากร้านขายผัดไทย และเงินจากการขายส่งไส้กรอกอีสานและหมูปิ้ง โดยจะเก็บไว้ในห้องนอนของตัวเองพร้อมกับจะเข้านอนประมาณสองทุ่มของทุกวัน แต่วันนี้พอดีได้ไปเที่ยวงานฤดูหนาวจึงนำเงินไปเก็บไว้ที่อื่นก่อนจึงเหลือเงินประมาณ 5,000 บาท วางไว้ในห้องนอนก่อนจะเดินทางออกจากร้านผัดไทยชาละวันเมื่อช่วงหัวค่ำไปงานฤดูหนาว และกลับมาถึงร้านเมื่อเวลา 23.00 น.วันเดียวกัน
เมื่อเข้ามาที่ร้านแล้ว ตนเองก็ได้เดินเข้าห้องน้ำ แล้วจึงเดินมาที่ห้องนอนพบว่า บริเวณที่กุญแจคล้องประตูมีร่องรอยถูกงัดจนเปิดออกและมีเศษไม้ตกอยู่เชื่อว่ามีคนร้ายอยู่ในร้านจึงได้วิงหนีด้วยความกลัวไปที่ประตูหน้าบ้านแล้วเปิดประตูวิ่งหนีออกไปยังบ้านอีกหลังที่อยู่ไม่ไกลจากกันก่อนที่จะโทรศัพท์แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบ
ทั้งนี้จากการตรวจสอบไม่พบว่าคนร้ายอยู่ภายในร้านและไม่พบใช้ช่องทางอื่นใดที่คนร้ายใช้เป็นทางเข้าเข้ามาในร้านจึงเชื่อว่าคนร้ายได้ใช้กุญแจอีกชุดเปิดเข้ามาทางด้านหน้าร้านแต่จะเป็นใครนั้นอาจจะเป็นลูกน้องเก่าหรือผู้อื่น แต่เชื่อว่าคนร้ายมีไม่น้อยกว่าสองคน โดยใช้มีดปังตอที่อยู่ในร้านเป็นอาวุธ และใช้ฟันกุญแจประตูห้องนอนของ น.ส.ลัดดาที่อยู่ด้านหลังร้านพร้อมกับคนร้ายได้เข้าไปเอาเงิน จำนวน 5,000 บาทที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงนอนไป
นอกจากนี้บริเวณภายนอกห้องนอนยังพบก้นบุหรี่ของคนร้ายตกอยู่จึงเชื่อว่าคนร้ายอาจจะมารอเพื่อจะชิงทรัพย์เมื่อพบว่า น.ส.ลัดดาไม่ได้นอนอยู่ในห้องก็เป็นไปได้ เมื่อไม่พบว่านอนอยู่ในห้องนอน แต่ปรากฏว่า น.ส.ลัดดาไม่ได้นอนอยู่ในร้าน
เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นลูกน้องเก่าหรือไม่หรือจะเป็นบุคคลอื่นก็ยังไม่สามารถระบุได้ แต่จะติดตามผู้ต้องสงสัยโดยจะนำลายนิ้วมือของคนร้ายที่ทิ้งไว้ในที่เกิดเหตุนำมาเป็นหลักฐานพร้อมกับจะนำตัวบุคคลที่น่าสงสัยมาสอบสวนพร้อมกับนำการบันทึกของกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบว่าในช่วงเวลาดังกล่าวมีรถและบุคคลที่มีรูปพรรณสันฐานที่น่าสงสัยนำมาสอบสวนและเชื่อว่าสามารถจับกุมคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายได้