อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ นางสุณี ปิยะพันธ์พงศ์ แถลงข่าวสรุปสถานการณ์มลพิษประเทศไทย ปี 2560 ว่าคุณภาพน้ำแม่น้ำสายหลัก 59 แม่น้ำของประเทศปี 2560 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น โดยภาคใต้มีแหล่งน้ำที่มีคุณภาพดีกว่าภาคอื่น แหล่งน้ำที่มีคุณภาพดีสุด 5 อันดับแรก ได้แก่แม่น้ำตาปีตอนบนลำตะคองตอนบน ลำชีสงครามและสายบุรี แหล่งน้ำที่มีคุณภาพน้ำเสื่อมโทรมสุด 5 ดับแรกได้แก่แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง ท่าจีนตอนล่าง เป็นต้น เนื่องจากเป็นช่วงที่แม่น้ำไหลผ่านพื้นที่ชุมชนเมืองที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น
ส่วนคุณภาพน้ำทะเลมีแนวโน้มดีขึ้นโดยคุณภาพน้ำทะเลที่อยู่ในเกณฑ์พอใช้ถึงดีมาก ยกเว้นบริเวณอ่าวไทยตอนในคุณภาพน้ำส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์พอใช้
ด้านสถานการณ์คุณภาพอากาศจากการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศโดยสถานีตำรวจวัดคุณภาพอากาศอัตโนมัติทั่วประเทศทั้งหมด 63 ยังต้องมีการเฝ้าระวังคุณภาพอากาศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเมืองขนาดใหญ่เขตอุตสาหกรรมพื้นที่เสี่ยงต่อการเผาในที่โล่ง โดยค่าฝุ่นละอองสูงสุดอยู่ที่จังหวัดลำปาง ส่วนตำบลพระลานจังหวัดสระบุรี มีปัญหาฝุ่นละอองเกินค่ามาตรฐานมากที่สุดปี 2560 สาเหตุของปัญหาเกิดจากการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองจากกิจกรรมเหมืองหิน โรงโม่ โรงปูนซีเมนต์ และขนส่งในพื้นที่
ส่วนสถานการณ์การจัดการขยะมูลฝอยปี 2560 ทั่วประเทศประมาณ 27.40 ตัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.26 จากปี 2559 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของประชากรและการขยายตัวของชุมชนเมือง เทศบาลนครและเทศบาลเมืองที่มีการจัดการขยะมูลฝอยที่มีประสิทธิภาพดีในลำดับต้นจำนวน 23 แห่ง เช่น เทศบาลนครเชียงราย เทศบาลนครนครสวรรค์ เทศบาลเมืองแสนสุข (ชลบุรี) เทศบาลเมืองน่าน เป็นต้น และที่ต้องปรับปรุง ประสิทธิภาพการจัดการขยะมูลฝอยจำนวน 26 แห่ง เช่น เทศบาลนครศรีธรรมราช เทศบาลนครราชสีมา เทศบาลเมืองนครพนม และ เทศบาลนครแหลมฉบัง (ชลบุรี) เป็นต้น
ขณะที่สถานการณ์ของเสียอันตรายจากชุมชน จากการสำรวจคาดการณ์ปริมาณของเสียอันตรายจากชุมชนที่เกิดขึ้นในปี 2560 มีทั้งหมด 618,749 ตัน ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องเพียง 60,619 ตันคิดเป็นร้อยละ 9.80 อย่างไรก็ตามยังพบของเสียอันตรายจากชุมชนถูกทิ้งปนกับขยะมูลฝอยทั่วไป เนื่องจากยังมีระบบคัดแยก เก็บ รวบรวม และขนส่งไปกำจัดยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ ขาดระเบียบในการขัดแยกของเสียอันตราย