หลังศาลทหารอนุมัติหมานจับ พลทหารวิชัย จำปา สังกัดกรมทหารราบที่ 17 ขอหากระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ยิงปืนในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะประโยชน์โดยไม่มีเหตุอันควร จนทำให้นายศรชัย หนุ่มนักธุรกิจจังหวัดเชียงรายเสียชีวิต โดยมีรายงานว่าช่วงเที่ยงวันนี้ จะเข้ามอบตัวที่กองบัญชการตำรวจภูธรภาค 5
ล่าสุด นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ในฐานะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านกระบวนการยุติธรรม และเป็นทนายความของครอบครัวผู้เสียหาย เมื่อคืนนี้เพิ่งได้รับภาพลับจากพลเมืองดี เมื่อเวลา 20.00 น.ของวันเกิดเหตุ เป็นภาพตั้งด่านแม่ต๋ำ ซึ่งในภาพเห็นเป็นชายฉกรรจ์แต่งเครื่องแบบชุดสีเขียวไม่ต่ำกว่า 5 คน ถือปืนเอ็ม 16 ทุกนาย และกลุ่มชายฉกรรจ์นอกเครื่องแบบอีกไม่น้อยกว่า 6-8 คน แต่ไม่เห็นภาพของ พลทหารวิชัย แต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมีภาพลับอีกหลายภาพ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยเป็นภาพของคนถือปืนอีก 3-4 กระบอก ดังนั้นที่เจ้าหน้าที่บอกว่าชายชุดเขียว 2 คนมีเอ็ม 16 จำนวน 1 กระบอกจึงไม่เป็นความจริง โดยจะส่งภาพลับให้กับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร.ในวันนี้ก่อนเที่ยง
นอกจากนี้ ยังมีการปกปิดข้อเท็จจริงคือ อาวุธปืนเอ็ม 16 ไม่ใช่กระบอกเดียว ชายชุดเขียวมีทุกคน เจ้าหน้าที่ อปพร.ชุดพรางสีน้ำตาล มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงอยู่ด้วย เพราะติดเครื่องหมายที่หน้าอก และชายชุดเขียวยืนรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจวันแถลงข่าวอ้างว่ายึดปืนเฉพาะที่มีใบอนุญาตในสารบบทะเบียนปืนเท่านั้น แต่เมื่อมีรอยกระสุนปืน .223 จึงนำมาเพียงกระบอกเดียวแล้วที่เหลืออยู่ที่ไหน
ซึ่งในวันที่มีการแถลงข่าวเจ้าหน้าที่บอกว่ามีคนปฏิบัติหน้าที่ในวันนั้น 14 คน แต่จากการตรวจสอบมีการลงชื่อทำงาน 19 คน ความจริงเรื่องนี้ตรวจสอบไม่ยาก สามารถตรวจสอบจากมือถือของผู้ปฏิบัติงานได้
นายสงกานต์ มั่นใจว่า คดีนี้ไม่ได้กระทำเพียงผู้เดียว แต่เป็นการร่วมกันทำ ถ้าทหารคนเดียวขึ้นศาลทหารไม่สงสัย แต่ถ้ามีพลเรือนร่วมด้วยต้องขึ้นศาลยุติธรรม ยังงงว่าเกิดอะไรขึ้น และที่แปลกใจคือ เหตุเกิดตอนสองทุ่มภรรยาผู้ตายบอกว่าเกิดเหตุปุ๊บมีการเก็บด่าน เก็บปลอกกระสุนปืนเรียบร้อย จึงมีความผิดปกติเกิดขึ้น เพราะแสดงให้เห็นถึงเรื่องความเหลื่อมล้ำ และอยากให้โอนคดี ใหกองปราบปราบดำเนินการ