พบผู้ต้องสงสัยเปิดบัญชีรับโอนเงินอีก 2
11 ม.ค. 2561 | te

พบมีชายเปิดบัญชีรับโอนเงินค่าติดต่อซื้อที่ดินใน จ.ตาก จากผู้เสียหายอีก 2 บัญชีเช่นเดียวกับ "ณิชา" ปปง.จ่อเรียก 7 แบงก์ชี้แจง ธนาคารเล็งใช้ระบบตรวจสอบตัวตน
ข่าว
11 ม.ค. 2561 | te

พบมีชายเปิดบัญชีรับโอนเงินค่าติดต่อซื้อที่ดินใน จ.ตาก จากผู้เสียหายอีก 2 บัญชีเช่นเดียวกับ "ณิชา" ปปง.จ่อเรียก 7 แบงก์ชี้แจง ธนาคารเล็งใช้ระบบตรวจสอบตัวตน
พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่าเมื่อช่วงปลายปี 2560 ขบวนการคอลเซ็นเตอร์ อ้างว่าชื่อ นายราลี่ สมิธ ชาวอังกฤษ ติดต่อ นางกาสิณี ยะเมา ทางเฟซบุ๊ก โดยอ้างว่าต้องการซื้อที่ดินใน จ.ตาก ขอให้นางกาสิณี เป็นนายหน้าซื้อที่ดิน โดยนายราลี่จะส่งเงินจำนวน 30 ล้านบาท จากอังกฤษ ทางพัสดุไปรษณีย์มาให้ผู้เสียหาย แต่มีค่าธรรมเนียม 1,300,000 บาท ที่ผู้เสียหายต้องจ่ายล่วงหน้าก่อน จากนั้นขบวนการคอลเซ็นเตอร์อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์โทรหานางกาสิณี แจ้งถึงค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระ ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงิน 1,370,000 บาท เข้าบัญชีธนาคาร 3 แห่ง ประกอบด้วย บัญชีของ น.ส.ณิชา 340,000 บาท 5 ครั้ง บัญชีนายขวัญ ทองน้อย และบัญชีนายธีรภัทรนนท์ งามวงษ์ ด้วย เมื่อติดต่อกลับไปก็ติดต่อไม่ได้ทุกช่องทาง จึงมาแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ณิชา
พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า ผบก.ภ.จว.ตาก ได้ตั้งคณะทำงานสืบสวนสอบสวนคดีนี้ เนื่องจาก น.ส.ณิชา ซึ่งอยู่ในฐานะผู้ต้องหาเปิดบัญชีก็เป็นผู้เสียหายแจ้งความถูกนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีธนาคาร จึงต้องบูรณาการการสอบสวน โดยให้ สภ.บ้านตาก ทำสำนวนคดี และขยายผลไปยังแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จ.ตาก ส่วนกองปราบปรามขยายผลในพื้นที่จังหวัดอื่น เนื่องจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่ายังมีการเปิดบัญชีรับโอนเงินจากผู้เสียหายอีก 2 บัญชี คือ บัญชีชื่อ นายขวัญ ทองน้อย สาขาบิ๊กซี ติวานนท์ รับโอนเงินจากผู้เสียหาย 5 ครั้ง รวม 4 แสนบาท และบัญชีชื่อนายธีรภัทร์นนท์ งามวงษ์ ธนาคารกรุงเทพ สาขาเดอะมอลล์งามวงศ์วาน รับโอนเงิน 2 ครั้ง รวม 630,000 บาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบ ว่าบุคคลทั้ง 2 อยู่ในภูมิลำเนาที่ใด และอยู่ในแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือไม่ หากไม่เกี่ยวข้องขอให้แสดงความบริสุทธิ์ใจ โดยการไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ
"ยืนยันการดำเนินคดีกับ น.ส.ณิชา ทำตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่มีสิ่งใดบกพร่อง เหตุที่ น.ส.ณิชา ถูกออกหมายจับ เนื่องจากพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกถึง 2 ครั้ง มีระยะเวลาประมาณ 2 เดือน แต่กลับเงียบหาย พนักงานสอบสวนจึงขออนุมัติศาลจังหวัดตากออกหมายจับในข้อหาฉ้อโกงประชาชน จากนี้จะต้องพิสูจน์ว่า น.ส.ณิชา เป็นเหยื่อในขบวนการคอลเซ็นเตอร์ หรือร่วมขบวนการกระทำความผิด ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้ประสานขอข้อมูลจากธนาคาร 9 แห่ง ที่มีชื่อ น.ส.ณิชา เปิดบัญชี แต่พบว่าธนาคารบางแห่งไม่ให้ความร่วมมือ โดยอ้างว่าต้องขออนุมัติจากสำนักงานใหญ่ วันนี้จึงจะประสานไปยังสำนักงานใหญ่เพื่อขอข้อมูลด้วยตนเองหลายแห่ง" พล.ต.อ.วิระชัย กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป.กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประสานขอกล้องวงจรปิดกับธนาคารทั้ง 7 แห่งที่พบว่าถูกเปิดบัญชีโดยชื่อของ น.ส.ณิชา มาตรวจสอบว่าเป็นหญิงสาวคนเดียวกับที่ปรากฏในภาพของธนาคารแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าวหรือไม่
"อยากฝากเตือนไปยังประชาชนเป็นอุทาหรณ์ว่า หากบัตรประชาชนหรือเอกสารสำคัญหาย ให้รีบไปลงบันทึกประจำวัน ก่อนทำบัตรใหม่เพื่อใช้เป็นหลักฐานปกป้องตนเองหากเกิดกรณีเช่นนี้" ผบก.ป.กล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า จากการสืบสวนของตำรวจคาดว่าผู้หญิงในภาพไม่น่าจะไปเปิดบัญชีเอง 7 ธนาคาร 9 สาขาเพียงคนเดียว จึงต้องขอตรวจสอบกล้องวงจรโดยละเอียดทั้งภายในและภายนอกธนาคาร
ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า คดีนี้พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้เสียหาย ขอเอกสารคำขอเปิดบัญชี รายการเดินบัญชีจากธนาคาร จากนั้นได้ออกหมายเรียกเจ้าของบัญชีธนาคารคือ น.ส.ณิชา เพื่อให้เข้ามาให้การเกี่ยวกับบัญชีธนาคารดังกล่าว แต่ น.ส.ณิชา ไม่ได้เข้ามาพบหรือมาแสดงตัวต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ้านตาก พนักงานสอบสวนจึงขออนุมัติหมายจับศาลจังหวัดตากและศาลอนุมัติหมายจับเจ้าของบัญชีคือ น.ส.ณิชา ในข้อหา "ร่วมกันฉ้อโกง" เพื่อติดตามตัวมาดำเนินคดีเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ขอเท็จจริงทางกระบวนการทางกฎหมาย
จนกระทั่ง น.ส.ณิชา ได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม และได้ถูกส่งตัวมาดำเนินคดีที่ สภ.บ้านตาก โดยเป็นสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งในทางคดีพนักงานสอบสวน สภ.บ้านตาก ได้ดำเนินการสอบสวน น.ส.ณิชา ตามกระบวนการของกฎหมายทุกประการ ได้บันทึกคำให้การผู้ต้องหาพร้อมทั้งได้รวบรวมพยานหลักฐานที่ น.ส.ณิชา นำมาให้ไว้ทุกอย่างแล้ว แต่เนื่องจาก น.ส.ณิชา เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดตาก พนักงานสอบสวนจึงต้องส่งตัวไปยังศาลจังหวัดตากตามกระบวนการของกฎหมายที่กำหนดไว้ ส่วนศาลจะให้ประกันตัวหรือไม่นั้นอยู่ในดุลพินิจของศาล พนักงานสอบสวนจะก้าวล่วงมิได้ ส่วนการสอบสวนนั้นอยู่ระหว่างประสานขอข้อมูลจากธนาคารและสอบปากคำเจ้าหน้าที่ธนาคารเกี่ยวกับรายละเอียดการเปิดบัญชีรวมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดมายืนยันอีกชั้นหนึ่ง เพื่อนำข้อมูลมาประกอบสำนวนการสอบสวนเพื่อมีความเห็นทางคดีส่งพนักงานอัยการต่อไป
ส่วนกรณีที่คนร้ายที่นำบัตรประชาชนของ น.ส.ณิชา ไปเปิดบัญชีนั้น กองบังคับการปราบปราบได้รับคำร้องทุกข์จาก น.ส.ณิชา ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้แยกสำนวนการสอบสวนออกเป็นอีกคดีหนึ่งเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้ายที่นำบัตรประชาชนของ น.ส.ณิชา ไปเปิดบัญชีกับธนาคารจำนวน 3 ธนาคาร ส่วนที่เหลืออีก 4 ธนาคาร ซึ่ง น.ส.ณิชา เคยไปแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจต่างๆ นั้น อยู่ระหว่างขอโอนคดีจากสถานีตำรวจดังกล่าวมารวบรวมเป็นคดีเดียวกันเพื่อประโยชน์ในการรวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการสืบสวนสอบสวนในการติดตามกลุ่มคนร้ายที่นำบัตรประชาชนของ น.ส.ณิชา ไปเปิดบัญชีมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด
รองโฆษก ตร. กล่าวอีกว่า ในส่วนของคดีของ สภ.บ้านตาก เมื่อ น.ส.ณิชา ตกเป็นผู้ต้องหาและได้แสดงพยานหลักฐานต่อพนักงานสอบสวนแล้ว พนักงานสอบสวนมีหน้าที่พิสูจน์ความผิดและความบริสุทธิ์ตามพยานหลักฐานที่ผู้ต้องหานำมาให้พนักงานสอบสวนอยู่แล้ว ไม่ได้นิ่งนอนใจแต่อย่างใด และขอยืนยันว่าพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการตามพยานหลักฐานอยู่แล้ว ด้วยความตรงไปตรงมาเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งฝ่ายผู้เสียหายที่สูญเสียเงินจากการถูกหลอก และ น.ส.ณิชา ที่ถูกคนร้ายนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีด้วย ในส่วนของกองบังคับการปราบปรามได้รับคำร้องทุกข์ไว้แล้วและได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานโดยมีการประสานความร่วมมือและขอข้อมูลกับ สภ.บ้านตาก อยู่แล้วเพื่อประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวนติดตามตัวกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
รองโฆษก ตร. กล่าวว่า ขอประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนที่ทำบัตรประชาชนสูญหายให้รีบดำเนินการทำบัตรประชาชนใหม่ทันที ซึ่งเมื่อทำบัตรประชาชนใหม่แล้วบัตรเก่าจะถูกระงับการใช้งาน หากท่านมีการทำธุรกรรมทางการเงินให้รีบไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันบัตรหายที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน และให้นำบันทึกประจำวันดังกล่าวไปแจ้งกับธนาคารเพื่อเป็นการป้องกันการถูกแอบอ้าง หรือสวมสิทธิ์บัตรประชาชนของท่านอีกทางหนึ่ง หากท่านไม่มั่นใจว่าบัตรประชาชนของท่านจะถูกกลุ่มมิจฉาชีพไปเปิดบัญชีนำไปหลอกลวงบุคคลอื่นหรือไม่นั้น สามารถติดต่อขอตรวจสอบข้อมูลได้ที่ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สายด่วน 1155 หมายเลขโทรศัพท์ 0-2251-9793 ซึ่งได้บูรณาการความร่วมมือกับศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน สายด่วน 1710
วันเดียวกัน พล.ต.ท.ทวิชชาติ พละศักดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 6 (ผบช.ภ.6) กล่าวว่า น.ส.ณิชา ผู้ถูกกล่าวหานั้นได้เป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยมีผู้เสียหายถูกหลอกให้โอนเงิน 300,000 บาท ให้เข้าบัญชี น.ส.ณิชา ซึ่งมารู้ทีหลังว่ากระเป๋าเงินและบัตรประชาชนชนหาย ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าทีตำรวจ สภ.บ้านตาก จ.ตาก ได้ออกหมายเรียก น.ส.ณิชา ไปแล้ว 2 ครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับการติดต่อแต่อย่างใด จึงได้ออกหมายจับ และ น.ส.ณิชา ก็ได้มาแสดงตนที่กองปราบฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็นำรถไปรับตัวมาทันที เนื่องจากเกรงว่าผู้เสียหายที่ถูกหลอกโอนเงินจะร้องในการทำคดีไม่เป็นธรรม
จากนั้นเมื่อมาถึง สภ.บ้านตาก เวลา 23.00 น. จึงไม่สามารถประกันตัวได้ จึงส่งตัวให้ศาลฝากขังในวันรุ่งขึ้น แต่เนื่องจากผู้ต้องหาไม่มีเงินประกันตัวจำนวน 80,000 บาท จึงได้ฝากขังไว้ จนวันที่ 8 มกราคม ผู้ต้องหามีเงินประกันตัวออกไปได้ ซึ่งเกิดกระแสสังคมว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานรวดเร็วเกินไปหรือไม่ และมีการสอบสวนก่อนหรือไม่ อย่างไร
"ขอชี้แจงว่าพนักงานสอบสวน สภ.บ้านตาก ได้ทำตามขั้นตอนระเบียบทุกขั้นตอน ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องสมบูรณ์และให้เป็นธรรมทุกฝ่าย ผมได้เน้นย้ำให้พนักงานสอบสวนทำตามทุกขั้นตอนอย่างอย่างเป็นธรรม ทั้งผู้เสียหายและผู้ต้องหาคือ น.ส.ณิชา พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมการสอบสวนชุดใหญ่ โดยมีรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตากเป็นประธานคณะกรรมการในการสอบสวน หากตรวจสอบแล้ว น.ส.ณิชา ไม่กระทำผิดจริงเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ถอนคดีนี้ได้" ผบช.ภ.6 กล่าว
พล.ต.ท.ทวิชชาติ กล่าวว่า สำหรับแนวทางการสอบสวนขณะนี้ได้เรียกสอบพยานและหลักฐานให้มากที่สุด โดยจะต้องสืบสวนไปอีกว่า หากมีการฝากเงินเข้าบัญชีที่เปิดจริง ก็ต้องตามหาขบวนการว่าใครเป็นคนเบิกเงินไป และสามารถติดตามเส้นทางการเงินได้ คาดว่าคดีนี้จะกระจ่างโดยเร็วอย่างแน่นอน
"อยากจะฝากเตือนประชาชนหากได้รับหมายเรียกจากพนักงานสอบสวนก็ขอให้ไปแสดงตนก่อน ไม่ควรให้รอจนถึงมีหมายจับ เพราะหากรอถึงขั้นนั้นก็จะต้องเข้าสู่กระบานการของการดำเนินคดีดังกล่าว" พล.ต.ท.ทวิชชาติ กล่าว
จากกรณีดังกล่าวทำให้ธนาคารพาณิชย์เตรียมนำระบบพิสูจน์ยืนยันตัวตนทางดิจิทัลและเชื่อมข้อมูลกับกระทรวงมหาดไทยมาใช้ ป้องกันมิจฉาชีพสวมรอยนำบัตรประชาชนเปิดบัญชีใหม่
นายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า สมาคมธนาคารไทยจะนำระบบการพัฒนาระบบการพิสูจน์และยืนยันตัวตนทางดิจิทัลมาใช้ตรวจสอบบุคคล หรือ National Digital Identity เข้ามาใช้ในสาขาของธนาคารพาณิชย์ทั่วประเทศ ซึ่งจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลกับกระทรวงมหาดไทย โดยสามารถตรวจสอบข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ เพิ่มความปลอดภัยและมั่นใจมากขึ้น โดยขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงการคลัง มหาดไทย สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังหารือกันอยู่ สำหรับงบลงทุนมาจากทุกภาคส่วน คาดว่าจะนำระบบดังกล่าวมาใช้ในช่วงครึ่งปีหลังปีของปีนี้ และป้องกันการทุจริตได้อย่างรัดกุม
นอกจากนี้สมาคมได้กำชับให้ธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งเข้มงวดในเรื่องตรวจสอบตัวแทนบุคคลที่มาเปิดบัญชีใหม่มากขึ้น ซึ่งอาจทำให้การบริการช้าบ้าง อยากให้ลูกค้าเข้าใจถึงการทำงานของธนาคาร ซึ่งจะต้องใช้เวลาในการพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลเพิ่ม หลังจากที่มีกระแสข่าวดังกล่าวเกิดขึ้น และการติดต่อกับธนาคารประชาชนต้องเตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนใช้บริการ
"คนร้ายหาวิธิฉ้อโกงจากบุคคลทั่วไป โดยมีวิธีต่างๆ หลายรูปแบบ ซึ่งธนาคารเรียนรู้และป้องกันการปลอมแปลงการเปิดบัญชี ซึ่งธนาคารเข้มงวดมากกว่าที่ผ่านมาและทำตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปง.) ครบถ้วน โดยการเปิดบัญชีใหม่แต่ละครั้งพนักงานจะตรวจสอบขอดูบัตรประชาชนและนำบัตรเข้าเครื่องอ่านข้อมูล และเปรียบเทียบข้อมูลก่อนที่จะเปิดบัญชีให้ลูกค้า" ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าว
นายปรีดี กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่ผู้เสียหายต้องการให้ธนาคารรับผิดชอบนั้น ธนาคารต้องพิจารณาตามกระบวนการ แต่กรณีนี้บุคคลที่เป็นผู้เสียหายไม่ได้รับความเสียหายทางการเงิน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาคมธนาคารไทยได้ชี้แจงปัญหาการลักลอบนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารตามที่ได้ปรากฏเป็นข่าวกรณีผู้เสียหายถูกขโมยกระเป๋าเงินที่มีบัตรประจำตัวประชาชน และถูกบุคคลอื่นลักลอบนำบัตรประชาชนไปเปิดบัญชีกับธนาคาร 7 ธนาคาร จำนวน 9 บัญชี ซึ่งผู้เสียหายได้ร้องเรียนผ่านสื่อโทรทัศน์ นั้น สมาคมธนาคารไทยขอเรียนชี้แจงข้อมูล ดังนี้ ธนาคารสมาชิกของสมาคมทุกธนาคารมีการออกระเบียบในการเปิดบัญชีเงินฝากและใน การยืนยันตัวตนของผู้มาเปิดบัญชี ซึ่งระเบียบและกฎเกณฑ์ดังกล่าวเป็นไปตามมาตรฐานและกฎเกณฑ์ของทางราชการ นอกจากนี้ในทุกสาขาของธนาคารได้มีป้ายเตือนการรับเปิดบัญชีแทนถือเป็นความผิดทางกฎหมาย
สำหรับการเปิดบัญชีเงินฝาก ธนาคารมีขั้นตอนการดำเนินการดังนี้ 1. จัดให้ลูกค้าแสดงตน โดยให้แสดงข้อมูลและหลักฐานได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งเป็นไปตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง วิธีการแสดงตนของลูกค้าสถาบันการเงินและผู้ประกอบอาชีพ ตามประกาศของทางการ 2. ตรวจสอบความถูกต้องของหลักฐานการแสดงตน โดยตรวจสอบบัตรผ่านเครื่องอ่านบัตร (สมาร์ทการ์ดรีดเดอร์) ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการอ่านบัตรประชาชนปรากฏตรงกับข้อมูลบนหน้าบัตรประชาชน 3. ตรวจสอบตัวตนของลูกค้ากับบัตรประชาชนที่นำมาเปิดบัญชีว่าเป็นบุคคลเดียวกัน 4. ตรวจสอบข้อมูลการแสดงตนของลูกค้าบนใบคำขอเปิดบัญชีว่าตรงกับข้อมูลบนหน้าบัตรประชาชน เมื่อธนาคารได้ดำเนินการตามขั้นตอนดังกล่าวข้างต้นแล้ว จึงจะดำเนินการเปิดบัญชีให้แก่ลูกค้า
มีรายงานแจ้งว่า ปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นนั้น ธนาคารที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงตามกฎระเบียบและวิธีปฏิบัติของธนาคาร รวมถึงให้ความร่วมมือกับทางราชการในการดำเนินการสอบสวนหาผู้กระทำผิด และจะมีการดำเนินการเพื่อดูแลและหาข้อสรุปที่เหมาะสมและเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายต่อไป
จากเหตุการณ์ดังกล่าวธนาคารสมาชิกมีการสื่อความเน้นย้ำและกำชับการปฏิบัติงานของพนักงานให้ปฏิบัติตามระเบียบกฎเกณฑ์อย่างเคร่งครัด และให้มีความรอบคอบและความระมัดระวังเพิ่มมากขึ้น รวมถึงมีมาตรการการสื่อสารชี้แจงและขอความร่วมมือลูกค้าถึงความจำเป็นในการเข้มงวดเรื่องการตรวจสอบตัวตน เมื่อเข้ามาเปิดบัญชีและใช้บริการภายในธนาคาร นอกจากนี้สมาคมมีชมรมตรวจสอบและป้องกันทุจริต ซึ่งเป็นศูนย์รวมในการแลกเปลี่ยนข้อมูลและทำงานร่วมกันในการที่ป้องกัน ลด และยับยั้งโอกาสการกระทำทุจริตทางการเงินต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น
ทั้งนี้ สมาคมและธนาคารสมาชิกทุกธนาคารได้ตระหนักและให้ความสำคัญอย่างมากต่อการบริการและความปลอดภัยที่มีต่อลูกค้าของธนาคาร พร้อมทั้งได้มีการดำเนินการต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยมีข้อแนะนำเพื่อความปลอดภัย 1. จัดเก็บรักษาบัตรประชาชนและข้อมูลส่วนตัวให้ปลอดภัย 2. พกบัตรประจำตัวประชาชนในการเป๋าสตางค์ที่ใช้บ่อยๆ และสามารถเก็บได้ง่าย 3. หมั่นสำรวจดูเสมอๆ ว่าบัตรประจำตัวประชาชนนั้นยังถูกเก็บอย่างปลอดภัย 4. หากบัตรประจำตัวประชาชนหายควรรีบไปขอทำบัตรทดแทนโดยเร็ว 5. ไม่ควรมอบบัตรประชาชนไปให้บุคคลอื่นไปทำธุรกรรมแทน 6. การให้สำเนาบัตรประชาชนเพื่อการทำธุรกรรมควรขีดคร่อมและเขียนวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน และ 7. การยินยอมรับเปิดบัญชีเพื่อให้บุคคลอื่นใช้แทนเป็นเรื่องผิดกฎหมาย
ทั้งนี้ แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยว่า ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมไม่สามารถเข้าไปดำเนินการช่วยเหลือได้ เพราะผู้เสียหายไม่ได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมเพื่อรับความช่วยเหลือทางกฎหมายจากกระทรวงยุติธรรม เบื้องต้นสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ต้องเข้าไปตรวจสอบสถาบันการเงินทั้ง 7 แห่งที่อนุญาตให้นำบัตรประชาชนของผู้อื่นไปเปิดบัญชีถึง 9 บัญชี เพราะเป็นหน้าที่ในการกำกับดูแลโดยตรงของ ปปง. ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายฟอกเงิน ที่สถาบันการเงินต้องตรวจสอบลูกค้าก่อนอนุญาตให้เปิดบัญชี โดยกำหนดวิธีการแสดงตนของลูกค้าไว้อย่างละเอียดเพื่อป้องกันการนำบัตรประชาชนของบุคคลอื่นใช้เปิดบัญชี เช่น ลูกค้าที่เปิดบัญชีต้องให้ชื่อนามสกุลจริง วันเดือนปีเกิด เลขประจำตัวบัตรประชาชน ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน อาชีพ สถานที่ทำงาน หมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้ และอีเมล
แหล่งข่าวจากกระทรวงยุติธรรมเปิดเผยด้วยว่า สำหรับบทกำหนดโทษจากการไม่ตรวจสอบเพื่อหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า มีโทษปรับบัญชีละ 1 ล้านบาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาท จนกว่าจะแก้ไขให้แล้วเสร็จ
วันเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รอง ผบช.ทท.) พ.ต.อ.พนัญชัย ชื่นใจธรรม พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท. และพ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ.191 นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผอ.กองคดี 1 สนง.ปปง. ประชุมร่วมกับ นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. และตัวแทนจากค่ายบริษัทมือถือ ทรูมูฟเอส เอไอเอส ดีแทค แคทเทเลคอม และทีโอที เรื่องการฉ้อโกงทรัพย์ประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวภายหลังการประชุมว่า หลังเรียกผู้บริหารบริษัทที่ให้บริการกิจการโทรคมนาคมเข้าร่วมประชุม ทุกบริษัทได้เตรียมออกมาตรการป้องกันการหลอกให้โอนเงินโดยใช้วิธีสวมรอยเป็นคอลเซ็นเตอร์ของธนาคาร ทั้งนี้ยืนยันว่าธนาคารไม่มีนโยบายโทรศัพท์ให้ลูกค้าทำธุรกรรม หรือสอบถามข้อมูลลูกค้า