น.ส.ณิชา กล่าวว่า วันนี้(9 ม.ค.)ได้เดินทางมาพร้อมพี่สาว เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่นำบัตรประชาชนของตนไปเปิดบัญชีและนำบัญชีไปใช้ในการกระทำความผิดหลอกลวงประชาชน เป็นพวกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยยืนยันว่าตนเองไม่ได้เป็นผู้เปิดบัญชีที่ถูกนำไปใช้กระทำผิด ก่อนจะทราบว่าในัวนที่ 28 ธันวาคม 2560 ว่า ตนเองมีหมายเรียก แต่วันนั้นตนเองไม่อยู่บ้าน ก่อนที่จะมีตำรวจเดินทางมาพร้อมหมายจับมาติดต่อที่บริษัทที่ทำงานเพื่อตามตัว แต่ตนเองไม่อยู่ จึงตัดสินใจเข้าพบกองปราบปรามในวันที่ 6 มกราคม เพื่อจะแสดงความบริสุทธิ์ใจ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามนำตัวส่งไปยัง สภ.บ้านตาก จ.ตาก ต่อมาตำรวสภ.บ้านตาได้ส่งตัวตนฝากขัง แต่ศาลไม่ให้ประกันตัวในครั้งแรก จนกระทั่งวานนี้ถึงได้รับการประกันตัว
"ต่อจากนี้จะดำเนินการแจ้งความเอาผิดกับคนที่นำบัตรของตนเองไปใช้ ส่วนด้านธนาคารก็อยากขอให้ทางธนาคารให้มีความรัดกุมในการรับเปิดบัญชี หรือมีการตรวจสอบใบหน้า และหลักฐานของผู้เปิดบัญชี เพราะบัตรประชาชนที่คนร้ายนำไปใช้มีการแจ้งยกเลิกและทำบัตรใหม่ไปแล้ว เพื่อป้องกันการถูกสวมบัตรประชาชนแบบตัวเอง" น.ส.ณิชา กล่าว
ด้าน น.ส.ปุญญาดา ก๊กมาศ ซึ่งเป็นพี่สาวผู้เสียหาย กล่าวว่า ตนได้ตั้งข้อสังเกตุถึงการทำสำนวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จ.ตาก ว่า เหตุใดถึงมีการทำสำนวนว่ามีการจับกุมตัวน้องสาวตนเอง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว น้องสาวตนเองเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบด้วยตนเอง แต่ในใบสำนวนไม่ปรากฏว่าน้องสาวตนเองเดินทางเข้าพบ รวมถึงสำนวนการสอบสวนยังไม่มีความละเอียดรอบคอบ และไม่มีการสอบปากคำเพิ่มเติม หลังได้รับตัวจากกองปราบปราม แต่ส่งตัวน้องสาวตนเองไปฝากขังต่อศาลทันที
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนกองปราบได้ลงบันทึกประจำวันไว้ และรับเรื่องติดตามตัวคนร้ายปลอมแปลงเอกสารไปทำธุรกรรม