แจ้ง 2 ข้อหาหนุ่มใหญ่ขับรถเก๋งไม่หลบรถฉุกเฉิน
08 ม.ค. 2561 | teerawat_cha

ปทุมธานี - ตำรวจแจ้ง 2 ข้อหา หนุ่มใหญ่ขับรถเก๋งไม่หลบรถฉุกเฉินพร้อมถือขวานขู่เจ้าหน้าที่ อ้างไม่ได้ยินเสียงสัญญาณ
ข่าว
08 ม.ค. 2561 | teerawat_cha

ปทุมธานี - ตำรวจแจ้ง 2 ข้อหา หนุ่มใหญ่ขับรถเก๋งไม่หลบรถฉุกเฉินพร้อมถือขวานขู่เจ้าหน้าที่ อ้างไม่ได้ยินเสียงสัญญาณ
เมื่อเวลา 17.30 น.วันที่ 8 ม.ค.61 นายประสาน ประสงค์โชคนำชัย อายุ 56 ปี คนขับรถยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน ภม 5254 กรุงเทพมหานคร ซึ่งขับรถขวางรถเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิปอเต็กตึ้งขณะนำคนเจ็บส่งนำส่งโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ และได้มีการถือขวานเข้ามาข่มขู่นายคารมย์ เรืองแจ่ม อายุ 35 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งจุดโยธินตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ได้เดินทางพบกับร.ต.ท.วรภัทร แก้วดวงเทียม ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง เพื่อชี้แจงกรณีที่ตนขับรถขวางรถกู้ภัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : หนุ่มใหญ่กร่าง! ขับรถขวางรถฉุกเฉิน-ทำทีจะหยิบขวานทำร้ายเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ
โดยนายประสาน ประสงค์โชคนำชัย บอกว่าตนเองไม่มีเจตนาที่จะขับรถขวางรถกู้ภัยแต่อย่างใด แต่เนื่องจากตนเองไม่ได้ยินเสียงสัญญาณไซเรนและเสียงประกาศออกไมโครโฟนของเจ้าหน้าที่กู้ภัยเพราะตนได้ปิดกระจกและเปิดเพลงในรถ และตนเองก็จะมารับภรรยาที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ เพราะลูกของตนเองคลอดก่อนกำหนดและอยู่ในห้องไอซียูมา 20 วันแล้ว ซึ่งตนเองก็มารับภรรยาอย่างนี้ทุกวันเพราะตนเองทำวงดนตรีอยู่และทำงานทุกวัน ส่วนที่ตนเองถือขวานลงมานั้นเพราะทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยมาต่อว่าตนเองก่อนซึ่งตนเองก็ระงับอารมณ์ไม่อยู่จึงได้นำขวานออกมา
ส่วนนายคารมย์ เรืองแจ่ม อายุ 35 ปี ได้เดินทางมาพบกับ ร.ต.ท.วรภัทร แก้วดวงเทียม ร้อยเวรสอบสวน สภ.คลองหลวง และบอกว่าที่ตนเองทำงานกู้ภัยมา 20 กว่าปีเคยมีเรื่องกับกู้ภัยด้วยกันเหมือนกัน แต่ถามว่ากลัวไหมกับเรื่องการข่มขู่แบบนี้ ซึ่งตนไม่รู้สึกกลัวแต่อย่างใด แต่ที่กลัวคืออุบัติเหตุซับซ้อนมากกว่าเพราะตนเองมีประสบการณ์อุบัติเหตุซับซ้อนรถกู้ภัยมาแล้วจำนวน 3 ครั้ง ซึ่งเมื่อทั้ง 2 คนเข้าไปพบกับพนักงานต่างคนก็ไม่มองหน้ากัน ซึ่งทางฝ่ายนายประสาน ประสงค์โชคนำชัย หนุ่มใหญ่ที่ถือขวานก็ไม่ยอมจับมือเจ้าหน้าที่กู้ภัยเช่นกัน
ด้าน พ.ต.ท.วิเชียร เหมือนสุวรรณ รอง ผกก.หัวหน้าพนักงานสอบสวน สภ.คลองหลวง กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนเองก็ได้ดูคลิปวีดีโอของทางเจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิปอเต็กตึ้งแล้ว และได้สอบสวนนายประสาน ซึ่งปรากฏอยู่ในคลิปแล้ว โดยนายประสานบอกว่า ตนเองไม่มีเจตนาที่จะขับรถขวางรถกู้ภัยแต่อย่างใดแต่เนื่องจากตนเองไม่ได้ยินเสียงสัญญาณไซเรนและเสียงประกาศออกไมโครโฟนของเจ้าหน้าที่กู้ภัยเพราะตนได้ปิดกระจกและเปิดเพลงในรถ และตนก็ไม่ได้แจ้งข้อหาขับรถกีดขวางการจราจร แต่ได้แจ้งข้อกล่าวหาพกพาอาวุธขวานไปในเมือง หมู่บ้านในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร ปรับไม่เกิน 1,000 บาท และทำให้ผู้อื่นตกใจหรือกลัว มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ตนก็อยากเตือนประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนมีเรื่องอะไรอยากจะให้คุยกันก่อน อย่าอารมณ์ร้อนใส่กันเพราะอาจจะเกิดเรื่องบานปลายขึ้นมาได้