จับย่า-หลานค้ายาบ้าเผยลูกชายส่งมาจากลาว
05 ม.ค. 2561 | teerawat_cha

อุดรธานี - จับย่า-หลานค้ายาบ้า 3.2 หมื่นเม็ด อ้างลูกชายหนีคดีปล้นส่งข้ามให้จากลาวจ้างให้นำไปส่งลูกค้า
ข่าว
05 ม.ค. 2561 | teerawat_cha

อุดรธานี - จับย่า-หลานค้ายาบ้า 3.2 หมื่นเม็ด อ้างลูกชายหนีคดีปล้นส่งข้ามให้จากลาวจ้างให้นำไปส่งลูกค้า
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 5 มกราคม ที่หน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.ชัยพงศ์ ทรงพลนภจร พ.ต.อ.ธวัชชัย ถุงเป้า พ.ต.อ.ธนานันทวิทย์ ศรีบุญเรือง รอง ผบก. พ.ต.ท.สิทธิพงศ์ ปัญจนะ รอง ผกก.สภ.นาข่า อ.เมือง ร่วมแถลงข่าวจับกุม น.ส.เกศมณี ไชยวิเศษ อายุ 53 ปี และ นายเอ นามสมมติ อายุ 15 ปี ย่าและหลาน อยู่บ้านเลขที่ 27 หมู่ 8 บ้านดงผักหนาม ต.นากว้าง อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมของกลางยาบ้า 32,845 เม็ด
ตำรวจสืบสวน สภ.นาข่า สืบทราบว่า น.ส.เกศมณี และ นายเอ ซึ่งเป็นย่ากับหลาน ลักลอบนำยาบ้าจำนวนมากจาก สปป.ลาว มาซุกซ่อนในบ้านพัก ก่อนจะนำออกไปกระจายให้กับลูกค้า ในเขตพื้นที่ จ.อุดรธานี และสายลับรายงานว่า เช้าวันที่ 4 มกราคม นายเอ จะขี่รถ จยย.ไปเอายาบ้าจาก สปป.ลาว จำนวนมาก มาเก็บซุกซ่อนไว้ที่บ้านอีก จึงนำกำลังไปดักซุ่ม กระทั่ง นายเอ ได้ขี่รถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีชมพู มีกระสอบปุ๋ยวางอยู่ตรงกลางระหว่างขา ขี่กลับเข้ามา โดยส่งกระสอบปุ๋ยให้ น.ส.เกศมณี ตำรวจที่ดักซุ่มจึงแสดงตัวขอตรวจค้น พบว่าภายในกระสอบปุ๋ย เผ็นยาบ้า ที่มัดเป็นก้อน ห่อด้วยกระดาษสีน้ำตาล พันด้วยเทปใสด้วยพลาสติกใส 3 ห่อ รวม 32,845 เม็ด จึงจับกุมตัวทั้ง 2 คน นำตัวพร้อมของกลางไปทำการการสอบสวน
จากการสอบสวน น.ส.เกศมณี ให้การรับสารภาพว่า ลักลอบขายยาบ้าจริง ซึ่งยาบ้าทั้งหมดเป็นของลูกชาย ชื่อ นายวีระชาติ สมจิตร อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาร่วมกันกับพวก 3 คน ปล้นปั๊มน้ำมันในท้องที่ สภ.บ้านเทื่อม อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี เมื่อปี 2557 หลบหนีคดีในระหว่างประกันตัวในชั้นศาล ข้ามไปอยู่ สปป.ลาว โดยได้โทรศัพท์มาหาตน และนายเอ ซึ่งเป็นลูกชายนายสมจิตร ซึ่งกำลังเรียนอยู่ชั้น ม.3 ให้ช่วยขนยาบ้ามาส่งให้ลูกค้าในเขต จ.อุดรธานี โดยนายวีระชาติฯ จะนั่งเรือหางยาวข้ามมาบริเวณ อ.ท่าบ่อ จ.หนองคาย จากนั้นนำยาบ้าไปวางริมฝั่งแม่น้ำโขงฝั่งไทย แล้วโทรศัพท์ให้นายเอ ลูกชาย ขี่รถ จยย.ไปเอายาบ้ามาซ่อนไว้ภายในบ้าน โดยใช้เส้นทาง บ้านผือ-ท่าบ่อ ระยะทาง 70 กม.
เมื่อนำยาบ้ามาซุกซ่อนไว้ที่บ้านแล้ว นายวีระชาติฯ จะโทรศัพท์สั่งให้ตนและนายเอ นำยาบ้าไปส่งลูกค้าตามจุดต่าง ๆ โดยนายสมจิตร กับลูกค้าจะจ่ายเงินด้วยการโอนเงินให้กันเอง ส่วนนายเอ นายวีระชาติฯ ผู้เป็นพ่อจะโอนเงินให้เป็นค่าจ้างครั้งละ 1,000-1,500 บาทเท่านั้น ซึ่งนายเอ เคยไปขนยาบ้ามาส่งลูกค้าให้นายวีระชาติมา 3 ครั้งๆ ละ 2,000-20,000 เม็ด ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 มีจำนวนมากที่สุด และมาถูกตำรวจจับกุม
พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา นายวีระชาติฯ เคยถูกจับข้อหาปล้นร้านทองในเขตเทศบาลนครอุดรธานี เมื่อกว่า 15 ปีที่ผ่านมา ถูกจับติดคุกไปแล้ว จนพ้นโทษออกมา แล้วก็มาก่อเหตุปล้นปั้มนั้นในเขต สภ.บ้านเทื่อม อ.บ้านผือ เมื่อประมาณ 3 ปีผ่านมา ทางตำรวจสืบสวนจนทราบว่า ผู้ก่อเหตุ คือ นายวีระชาติฯ จนศาลอนุมัติหมายจับ จากนั้นนายวีระชาติฯ ได้หลบหนีไปอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน และติดต่อค้ายาบ้า ส่งข้ามาฝั่งไทย โดยใช้ลูกชาย และแม่แท้ ๆ ของตัวเอง นำยาบ้าไปส่ง และให้เงินแม่และลูกชาย ครั้งละ 1,000-1,500 บามเท่านั้น ส่วนตัวเองหนีคดีใช้เงินจากการค้ายาบ้าเสวยสุขอยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งทางบ้านของตัวเองก็ไม่มีฐานะอะไร แต่ต้องมาถูกจับ เพราะไปช่วยค้ายาบ้าให้
ตำรวจจึงแจ้งข้อหา น.ส.เกศมณี และนายเอ ย่า-หลาน "ร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย" และจะได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายจับนายวีระชาติในข้อหา "นำเข้ายาเสพติดประเภท 1 (ยาบ้า) เข้ามาในราชอาณาจักรไทย" เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป