จริงๆ เรื่องนี้ทำท่าจะจบลงแล้ว เพราะเมื่อผู้ให้ยังไม่ได้ให้ คนรับก็ยังไม่ได้รับ ถือว่าความผิดยังไม่เกิด แต่คนที่ทำให้เรื่องไม่จบ คือ คุณวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ที่ออกมาพูดเรื่องนี้ว่าถ้าไม่มีใครรับสุนัขของนายกฯ ตนจะซื้อต่อเอง แถมยังมีวิธีการที่ทำให้ไม่ผิดกฎหมายด้วย / ที่สำคัญยังบอกว่า ป.ป.ช.เตรียมแก้ประกาศเรื่องห้ามรับของขวัญของกำนัลเกิน 3 พันบาทด้วย
คำพูดของคุณวิษณุ ทำให้หลายฝ่ายนำไปตีความกันว่า เป็นการพยายามแก้ระเบียบ แก้กฎหมาย เพื่อให้นายกฯพ้นผิดหรือไม่
วันนี้ นักข่าวจึงไปสอบถามเรื่องนี้กับ คุณวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. ได้รับคำชี้แจงว่า เป็นเพียงแนวคิดหนึ่งของคณะกรรมการ ป.ป.ช.เท่านั้น แต่การแก้ไขประกาศ ต้องดูรายละเอียดหลายๆ ด้านประกอบกัน ขณะนี้ยังไม่เป็นที่ยุติ
สำหรับประเด็นที่จะแก้ไข คืออาจจะแก้เรื่อง "มูลค่าของขวัญ" ที่อาจเพิ่มมากกว่า 3 พันบาท เพราะราคา 3 พันบาทน่าจะต่ำเกินไป ไม่สอดคล้องกับราคาของในปัจจุบัน เพราะประกาศฉบับนี้ใช้มากว่า 10 ปีแล้ว
ประเด็นนี้ยังถูกวิจารณ์จากฝั่งการเมือง คุณนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ด้วย โดยบอกว่า ไม่ควรไปแก้ประกาศหรือกฎหมาย เพื่อเพิ่มมูลค่าหรือราคาของขวัญที่มอบให้ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะในต่างประเทศ นักการเมืองจะปฏิเสธ ทั้งของกำนัล ของขวัญ และงานเลี้ยง เพื่อความโปร่งใส ฉะนั้นรัฐบาลชุดนี้ที่อ้างว่าจะเข้ามาปฏิรูป ก็ควรคงหลักการเดิมไว้ ไม่ใช่ไปแก้ไขกฎหมายเพื่อคุ้มครองคนเพียงบางคน
เรื่องนี้ก็น่าคิดนะคะ เพราะมองได้หลายมุม ฝ่ายที่อยากให้แก้กฎหมาย ก็บอกว่าของขวัญมูลค่า 3 พันบาท สมัยนี้มันถูกเกินไปแล้ว แค่กระเช้าปีใหม่ยังเกินเลย แต่ฝ่ายการเมืองอย่างคุณนิพิฏฐ์ ก็มีเหตุผลเหมือนกันว่า ไหนบอกจะปฏิรูปการเมืองไง ก็ควรวางกฎเหล็กให้เข้มเหมือนเดิม หรือเข้มกว่าเดิม เรื่องนี้คุณผู้ชมคิดอย่างไร แสดงความเห็นกันเข้ามาได้ค่ะ