ก่อนจะไปถึงผลการตรวจสอบของ ป.ป.ช. ต้องเล่าย้อนความกันนิดหนึ่งว่า หลังจากมีเรื่องแหวนเพชรและนาฬิกาสุดหรู "บิ๊กป้อม" ก็ไม่ยอมให้สัมภาษณ์นักข่าวในประเด็นนี้อีกเลย เรียกว่า "ปิดปากข้ามปี" จึงไม่มีใครรู้ว่า "บิ๊กป้อม" ส่งหนังสือชี้แจง ป.ป.ช.ไปหรือยัง ถ้าส่งไปแล้ว ท่านชี้แจงว่าอย่างไร มีแต่ข่าวลือว่า ท่านอาจจะชี้แจงว่า "แหวนเพชรเป็นของมารดา นาฬิกายืมเพื่อนมาใส่"
ขณะที่ความเคลื่อนไหวของสื่อและโซเชียลมีเดีย ไม่ได้หยุดตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะมีการไปค้นภาพเก่าๆ ของ "บิ๊กป้อม" ระหว่างไปปฏิบัติภารกิจต่างๆ และพบว่าท่านยังสวมแหวนอีกหลายวง และใส่นาฬิกาหรูๆ อีกหลายเรือน เฉพาะนาฬิการวมได้ถึง 15 เรือน จนมีการมาทำเป็น "คอลเลคชั่น" ปฏิทินนาฬิกา "บิ๊กป้อม" กันเลยทีเดียว ขณะเดียวกัน กระแสสังคมก็รอลุ้นกันอยู่ว่า "บิ๊กป้อม" จะชี้แจงที่มาของทรัพย์สินเหล่านี้ว่าอย่างไร
ล่าสุดวันนี้ คุณวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการ ป.ป.ช. ได้ออกมาแถลงข้อมูลความคืบหน้า สรุปได้แบบนี้
1.บิ๊กป้อม ชี้แจงว่า นาฬิกาทุกเรือนไม่ใช่ของตนเอง แต่เป็นของบุคคลอื่น ฉะนั้น ป.ป.ช.จึงทำหนังสือถึงบุคคล 4 คนที่ถูกอ้างถึงว่าเกี่ยวข้องกับนาฬิกาหรูทุกเรือนที่ตกเป็นข่าว เพื่อให้เข้ามาชี้แจงข้อมูล แต่ ป.ป.ช.ไม่ยอมเปิดเผยว่าทั้ง 4 คนนั้นเป็นใคร บอกเพียงว่าทั้งหมดเป็นเอกชน ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ โดย ป.ป.ช.ได้เรียกทั้ง 4 คนเข้าให้ข้อมูลสัปดาห์หน้า บางคน ป.ป.ช.อาจนัดหมายไปให้ข้อมูลนอกสถานที่
2.เลขาธิการ ป.ป.ช. ไม่ได้ตอบชัดๆ ว่า บิ๊กป้อมอ้างว่านาฬิกาเป็นของเพื่อนหรือไม่ เมื่อถามว่าถ้าบอกว่ายืมเพื่อนมา มีน้ำหนักรับฟังได้แค่ไหน เลขาธิการ ป.ป.ช.ก็บอกว่า "ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์และความไว้เนื้อเชื่อใจ"
3.การตรวจสอบเรื่องนี้วางกรอบเวลาไว้ว่า น่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนมกราคม แต่หากการเรียกบุคคลเข้าชี้แจง แล้วพบข้อมูลที่ต้องสอบสวนขยายผลอีก ก็อาจล่าช้ากว่าเดือนมกราคม
4.เรื่องแหวนเพชร บิ๊กป้อมชี้แจงว่า ราคาไม่ถึง 2 แสนบาท จึงไม่จำเป็นต้องแสดงบัญชีทรัพย์สิน แต่ ป.ป.ช.ได้ทำหนังสือขอให้แสดงหลักฐานเพิ่ม เป็นใบเสร็จการซื้อแหวน เพื่อยืนยันว่าราคาไม่ถึง 2 แสนบาทจริงๆ
5.เลขาธิการ ป.ป.ช.ยืนยันว่า กรณีของ พลเอกประวิตร นั้น ป.ป.ช.ให้ความสำคัญทั้งเรื่องการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สิน และกรณีความร่ำรวยผิดปกติ เพราะเป็นมาตรการป้องกันการทุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
นี่คือคำชี้แจงความคืบหน้าทั้งหมดจาก ป.ป.ช. ประเด็นที่หลายคนยังกังขาคือ "แหวนเพชรแทงตา" เพชรเม็ดใหญ่ขนาดนั้นราคาไม่ถึง 2 แสนจริงๆ หรือ เพราะผู้เชี่ยวชาญหลายคนออกมาบอกว่าเป็นเพชรเม็ดใหญ่ อย่างน้อย 4-5 กะรัต ราคาน่าจะหลักล้านบาท แต่ก็อาจเป็นไปได้ที่จะเป็นเพชรรัสเซีย หรือเพชรปลอมก็ได้ เนื่องจากที่ผ่านมาก็มีผู้ดำรงตำแหน่งทางกาเรมืองหลายคนออกมาบอกว่าชอบสะสมเพชรปลอม ทองปลอมเหมือนกัน ถ้ายังจำกันได้ก็เช่น คุณระเบียบรัตน์ พงษ์พานิช หรือ "เจ๊เบียบ" คนดัง อดีตสมาชิกวุฒิสภาจังหวัดขอนแก่น ก็เคยออกมาให้สัมภาษณ์สื่อแบบภาคภูมิใจว่า เธอชอบใส่และสะสมเพชรปลอม เรื่องนี้ต้องบอกว่าแล้วแต่รสนิยมค่ะ
จบข่าว! ทริปฮาวาย 20 ล้านไม่ผิดระเบียบ
เรื่องของ "บิ๊กป้อม" ยังไม่จบแค่นี้ เพราะ ป.ป.ช.ยังได้แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบคดี "การเช่าเครื่องบินการบินไทยแบบเหมาลำ" เดินทางไปประชุมเกี่ยวกับความมั่นคงที่ฮาวาย สหรัฐอเมริกาด้วย
คดีนี้หลายคนคงยังจำกันได้ว่ามีการเอาหลักฐานมาแฉกัน ทั้งเรื่องความจำเป็นที่ต้องเช่าเครื่องบินเหมาลำ และขนผู้ติดตามไป 40-50 คน และยังมีเรื่องเมนูอาหารสุดหรูที่เสิร์ฟบนเครื่องบินด้วย เฉพาะงานนี้หมดงบไปถึง 20 ล้านบาท ทั้งๆ ที่รัฐมนตรีประเทศอื่น อย่างสิงคโปร์ เขาไปเครื่องบินพาณิชย์ มีผู้ติดตามแค่ไม่กี่คน
ล่าสุด ป.ป.ช.มีมติแล้ว เห็นว่าพยานหลักฐานจากการแสวงหาข้อเท็จจริงประกอบรายงานการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ไม่ปรากฏว่ามีการกระทำผิดระเบียบ จึงมีมติไม่รับเรื่องไว้ไต่สวน
สรุปว่าทริป "อโลฮ่า ฮาวาย" ที่ใครๆ ก็แซวกัน ก็ไม่มีอะไรในกอไผ่ ปิดกล่องตามคาด / หลังจากนี้ก็รอลุ้นว่าคดี "แหวนเพชรแทงตา นาฬิกาสุดหรู" จะจบแบบเดียวกันหรือไม่ ต้องรอติดตาม