พร้อมเปิดตัวทีมแพทย์จิตเวชและสายด่วนที่พร้อมจะให้คำปรึกษารวมถึงวิธีการสังเกตตัวเองและคนรอบข้างที่มีแนวโน้มจะเป็นโรคซึมเศร้าว่าที่ พ.ต.ต.ปองขวัญ ยิ้มสอาด นายแพทย์ สบ.2 กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลตำรวจ กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมามีตำรวจมาปรึกษาขอคำแนะนำหลังพบว่าเริ่มมีปัญหาการป่วยโรคซึมเศร้าจำนวน 170 คน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาความเครียดสะสมจากการปฏิบัติหน้าที่ มีอาการซึมเศร้า เบื่ออาหาร ร้องไห้บ่อยและนอนไม่หลับ
ซึ่งระดับความรุนแรงของโรคนี้มี 3 ระดับ คือระดับขั้นต้น จะมีอาการซึมเศร้า นอนไม่หลับ ระดับกลาง คือมีความคิดทำร้ายตัวเองหรือผู้อื่นโดยสามารถยับยั้งหรือควบคุมตัวเองได้ และระดับสูงสุดคือมีอาการหลอน หูแว่วถึงขั้นฆ่าตัวตาย ซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหาแนะนำให้มาพบแพทย์จิตเวชซึ่งจะมีกระบวนการในการผ่อนคลายบำบัดรักษา โรคนี้สามารถรักษาให้หายขาด กลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้พล.ต.ท.นพ.วิฑูรย์ กล่าวว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เป็นห่วงปัญหาสุขภาพจิตของข้าราชการตำรวจ สั่งการให้ดูแลตำรวจและครอบครัว ตำรวจ เพื่อลดอัตราการฆ่าตัวตาย จึงเปิดตัวเพจนี้ขึ้นเพื่อเป็นช่องทางให้คำปรึกษาขอคำแนะนำ รวมถึงการป้องกันและรักษาในเบื้องต้น โดยมีทีมจิตแพทย์และนักสหวิชาชีพชุดใหม่เป็นผู้ให้คำปรึกษารวมถึงมีสายด่วน 081-9320000 ที่พร้อมดูแลตลอด 24 ชั่วโมงขณะที่สถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 2558 ถึง 2560 มีข้าราชการตำรวจ ครอบครัวและประชาชนทั่วไป ที่เข้ารับบริการกลุ่มโรคซึมเศร้า จำนวนกว่า 1,980 คน โดยในปี 2558 มี 479 คน ในปี 2559 มี 640 คน และในปี 2560 มีจำนวน 861 คน
ซึ่งในจำนวนนี้ยังไม่รวมตำรวจที่มาปรึกษากับจิตแพทย์เป็นการส่วนตัว เนื่องจากยังมีความคิดเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าในด้านลบ และหวั่นกระทบหน้าที่การงานอีกด้วย ซึ่งปัจจุบันมีราชการตำรวจฆ่าตัวตายสำเร็จสูงถึงปีละเกือบ40 คน หรือคิดเป็นอัตราการฆ่าตัวตาย 19 คนต่อตำรวจแสนคน เพราะตำรวจมีอาวุธประจำกาย และมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าประชาชนถึงสามเท่า ขณะที่สถิติโลกมีคนฆ่าตัวตายมากกว่า 8แสนคนต่อปี หรือเฉลี่ยทุก40วินาที จะมีคนฆ่าตัวตายสำเร็จ1คน