จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พบ พระถนอมศักดิ์ ปภาธโร พระลูกวัดเก่าบางกระ ซึ่งดูแลวิหารที่เกิดเหตุอยู่ ให้การว่า วิหารหลังนี้เดิมเคยเป็นโบสถ์เก่า เมื่อมีการสร้างโบสถ์หลังใหม่ จึงได้บูรณะโบสถ์หลังนี้ให้เป็นวิหาร และนำหลวงพ่อทองคำซึ่งเป็นพระศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวบ้านใน ต.ท่าราบ และใกล้เคียง เคารพนับถือมากราบไหว้ทุกวัน และมีอายุกว่า 300 ปี มาไว้ที่วิหารแห่งนี้ ซึ่งทุกวันก็จะมาทำความสะอาด
แต่เมื่อช่วงเวลา 10.00 น. พระในวัดได้ออกไปฉันข้าวนอกวัด และกลับเข้ามาตอนประมาณเที่ยง จากนั้นได้มีชาวบ้านที่เคยมากราบไหว้มาสอบถามว่า พระได้เข้าไปที่วิหารหลวงพ่อทองคำหรือไม่ เพราะเห็นประตูเปิดอยู่ จึงได้เดินมาดูก็พบว่าที่บริเวณประตูนั้นมีร่องรอยถูกงัดจนกุญแจหลุด ซึ่งเมื่อตรวจสอบภายในวิหารก็พบว่ารูปปั้นหลวงพ่อทองคำ หน้าตักกว้าง 12 นิ้ว สูง 60 เซนติเมตร ซึ่งประเมินมูลค่าไม่ได้ หายไปพร้อมกับพระบูชาที่ชาวบ้านนำมาถวายให้วัดอีก 3 องค์ และตู้รับบริจาคก็ถูกงัดและนำเงินภายในตู้ซึ่งยังไม่ทราบว่ามีเท่าไหร่หายไปหมด จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบดังกล่าว
นางสาวภัทริดา ครองวิริยะภาพ อายุ 48 ปี ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงกับวัด บอกว่า หลวงพ่อทองคำองค์นี้มีอายุหลายร้อยปี และชาวบ้านในตำบลท่าราบก็จะเคารพนับถือและศรัทธามาก เพราะเป็นพระเก่าแก่และศักดิ์สิทธิ์ ทุกวันพระก็จะมากราบไหว้กันเป็นประจำ พอรู้ว่ามีคนเข้ามาขโมยองค์หลวงพ่อไป ก็รู้สึกใจหายและเสียดาย อยากขอให้นำมาคืน เพราะชาวบ้านเคารพนับถือมาก และตนเองก็จะมากราบไหว้เป็นประจำ
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการตรวจร่องรอยของคนร้าย ซึ่งคาดว่าน่าจะมาไม่ต่ำกว่า 2 คน และจะต้องทราบว่ารูปปั้นหลวงพ่อทองคำนั้นเป็นพระเก่าแก่อายุหลายร้อยปี จึงได้ขโมยไป ซึ่งจะต้องทำการสอบถามชาวบ้านใกล้เคียงว่ามีใครเห็นผู้ที่เข้ามาขโมยพระไป และจะได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางเข้าออกวัดและหมู่บ้านเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป