เนชั่นทีวี

ข่าว

ยูเอ็นเอชซีอาร์เร่งช่วยชาว"ซิมบับเว"ค้างสนามบิน3เดือน

29 ธ.ค. 2560 | nation_ent

ยูเอ็นเอชซีอาร์เร่งช่วยชาว"ซิมบับเว"ค้างสนามบิน3เดือน

ตม.เผยยูเอ็นเอชซีอาร์เร่งช่วยชาว"ซิมบับเว"ค้างเติ่งสนามบิน3เดือนไปประเทศที่3-เตรียมเอาไปดูแลที่สวนพลู


จากกรณีที่มีข่าวว่ามีครอบครัวชาวซิมบับเวติดอยู่ภายในสนามบินสุวรรณภูมิเป็นเวลากว่า 3 เดือน โดยเป็นผู้ใหญ่ 4 คน และ เด็ก 4 คน วัยตั้งแต่ 2 ,6,7 และ 11 ขวบ โดยทั้งหมดอยู่ในการดูแลของสายการบินแห่งหนึ่งในเขตอาคารผู้โดยสารชั้นใน ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ซึ่งสาเหตุมาจากการถูกปฏิเสธการเข้าประเทศปลายทาง ที่ต้องการดินทางไป และมีการส่งกลับมาที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยครอบครัวชาวซิมบับเว มีสถานะอยู่เกินกำหนดของประเทศไทย ทำให้ไม่สามารถกลับเข้าประเทศไทยได้ ซึ่งเป็นลักษณะคล้ายเรื่องราวในภาพยนตร์ฮอลิวู้ดชื่อเรื่อง "เทอมินอล"


ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ธันวาคม พ.ต.อ.เชิงรณ ริมผดี รองผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 2 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (รองผบก.2 สตม.)ระบุว่า ขณะนี้ขั้นตอนเกี่ยวกับการดำเนินการของครอบครัวชาวต่างชาติกลุ่มนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างการทำเรื่องของทางสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้หลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็นเอชซีอาร์(UNHCR) เพื่อพิจารณาว่าจะมีการดำเนินการส่งครอบครัวชาวซิมบับเวทั้ง 8 ไปยังประเทศที่สาม ซึ่งยังไม่สมารถระบุว่าต้องใช้เวลาดำเนินการแค่ไหน อย่างไรก็ตามทาง สตม. มีการเตรียมแผนรองรับ หากมีการใช้ระยะเวลาดำเนินการนาน ซึ่งจะมีการพาครอบครับชาวซิมบับเวมาที่ห้องพักรอ ภายใต้การดูแลของ สตม. ที่สวนพลู โดยการดำเนินการทั้งหมดจะยึดหลักมนุษยธรรม และปฏิบัติตามกฏหมายระหว่างประเทศ


"สำหรับเคสนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เกิดขึ้นในประเทศไทย และจากการตรวจสอบยังไม่พบว่ามีชาวต่างชาติประเทศใดอีก ต่อจากนี้ทางสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะมีการเพิ่มความเข้มในการตรวจสอบกลุ่มชาวต่างชาติที่ต้องการเดินทางไปประเทศที่สาม หรือเข้ามาท่องเที่ยวในช่วงเทศกาล เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีก ส่วนเหตุนี้ไม่ถือว่ากระทบต่อข้อกำหนดด้านความรักษาความปลอดภัยขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศหรือ ICAO"พ.ต.อ.เชิงรณ กล่าว


พ.ต.อ.เชิงรณ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่า ชาวซิมบับเวกลุ่มนี้ไม่มีเจตนาที่จะใช้ประเทศไทยเป็นประเทศที่สาม ซึ่งเหตุการณ์นี้คาดว่าจะเกิดเจากการเหตุการณ์ความไม่สงบของประเทศต้นทาง เชื่อว่าจะไม่มีการใช้เหตุการณ์นี้เป็นแบบอย่าง ทั้งนี้มีการประสานกับทาง UNHCR ทราบว่าจะมีการเร่งรัดเคสนี้เป็นกรณีพิเศษ ซึ่งน่าจะใช้เวลาไม่นานในการส่งไปยังประเทศที่สาม และต้องไม่ส่งผลกระทบต่อกฏหมายตามหลักสากลทั้ง 3 ฉบับ ที่มีการทำร่วมระหว่างประเทศ คือ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง , อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมาน

ข่าวล่าสุด