พล.ต.อ.วิระชัย บอกว่า ปีที่ผ่านมา ช่วงเทศกาลปีใหม่ มีอุบัติเหตุบนท้องถนนมีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากเมาแล้วขับ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีมาตรการเข้มงวดกวดขันวินัยจราจร โดยเฉพาะเมาแล้วขับ ซึ่งในปีนี้มีการปรับเพิ่มบทลงโทษ ถ้าเมาแล้วขับมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีปรับไม่เกิน 20,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาต 6 เดือน ทั้งนี้ หากว่าเมาแล้วขับแล้วก่อให้เกิดอุบัติเหตุ มีโทษจำคุก 1-5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และเพิกถอนในอนุญาต 1 ปี และสุดท้ายถ้าเมาแล้วขับและมีผู้เสียชีวิต มีโทษจำคุก 3-10 ปีปรับ 60,000-200,000 บาท และเพิกถอนใบอนุญาตตลอดชีวิต นอกจากนั้นยังมีมาตรการในการตรวจสอบประวัติ หากผู้ใดเคยมีประวัติการเมาแล้วขับจะถูกเพิ่มโทษ หรือผู้ใดที่ถูกรอลงอาญาในข้อหาเมาแล้วขับ โดยทางเจ้าหน้าที่จะทำการตรวจสอบประวัติภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มโทษหรือให้ศาลพิจารณาโทษทันทีโดยไม่ต้องรอลงอาญาซึ่งจากการตั้งด่านตรวจ เจ้าหน้าที่พบนายเอ (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ขับรถยนต์ยี่ห้อมิซูบิชิ รุ่นมิราจ สีเทา มีลักษณะคล้ายคนเมา จึงได้ขอตรวจวัดปริมาณแอลกอฮอล์ แต่นายเอ กลับใช้ปากอมไว้ไม่ยอมเป่า เจ้าหน้าได้อธิบายขั้นตอนการเป่าที่ถูกวิธี พร้อมทั้งอธิบายว่ามีกฎหมายใหม่ หากไม่ยอมเป่าทดสอบแอลกอฮอล์โทษเท่ากับเมาแล้วขับ และเจรจานานกว่า 30 นาที แต่ไม่เป็นผล นอกจากนี้เมื่อตรวจสอบภายในรถ ยังพบสุราถูกดื่มไปแล้วครึ่งขวด เจ้าหน้าที่จึงแจ้ง 3 ข้อหา ขัดคำสั่งเจ้าพนักงาน // เมาแล้วขับ และไม่พกพาสำเนารถ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.วิภาวดี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป