พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า หลังจากอบรมที่นี่แล้ว จะส่งไปอบรมที่หน่วยทหารตามนโยบายของรัฐบาล เป็นเวลา 7 วัน โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่จากกระทรวงยุติธรรม เป็นวิทยากร ซึ่งจากข้อมูลของกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 พบว่าหลังเยาวชนที่กระทำผิดเข้ารับการอบรมแล้ว ไม่มีใครกลับเข้าสู่การแข่งรถในทางอีกเลย และจากมาตรการเข้มงวดกวดขันจับกุมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ในทาง มีผู้กระทำผิดลดน้อยลง ขณะเดียวกันก่อนหน้านี้มีการจับกุมหัวหน้าแก๊งแข่งรถจักรยานยนต์ในทางไปกว่า 70 ราย และจัดการปิดเว็บเพจที่มีการนัดรวมกลุ่มกันเพื่อแข่งรถไปแล้วกว่า 100 เว็บเพจ
"อยากฝากถึงผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลาน อย่าปล่อยปละละเลยให้เด็ก เยาวชน ออกมาแข่งรถบนทางสาธารณะและทำเสียงดังตามบ้านเรือน และหากพบว่าผู้ปกครองปล่อยปละละเลย จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท พร้อมกันนี้ยังฝากไปถึงร้านค้าและโรงงานที่มีขายอุปกรณ์ดัดแปลง แต่งรถ ให้มีเสียงและมีความเร็ว ให้หยุดจำหน่ายด้วย" พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับการดำเนินกวดขันจับกุมรถแข่งในทางมาแล้ว จำนวน 20 ครั้ง โดยมีการตรวจยึดรถไว้เพื่อตรวจสอบกว่า 1,044 คัน จับกุมเยาวชนประพฤติตนไม่สมควร 508 ราย จับกุมตาม พ.ร.บ. จราจร 598 ราย จับกุมผู้ต้องหายาเสพติด 48 ราย ทั้งนี้หากประชาชนพบเบาะแสหรือการแข่งจันรถจักรยานยนต์ในทางสาธารณะ กรุณาแจ้งสายด่วน 191 ตลอด 24 ชั่วโมง