เนชั่นทีวี

ข่าว

กระแสขวาจัดสั่นคลอนยุโรป

27 ธ.ค. 2560 |

กระแสขวาจัดสั่นคลอนยุโรป

ในช่วงไม่กี่ปีนี้พรรคการเมืองที่มีนโยบายต่อต้านผู้อพยพและต่อต้านสหภาพยุโรปในหลายประเทศทั่วยุโรปได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น และผลประชามติที่อังกฤษตัดสินใจถอนตัวจากอียูเมื่อกลางปี 2559 ยิ่งทำให้ความวิตกต่อกระแสขวาจัดยิ่งเพิ่มมากขึ้น

การเลือกตั้งทั่วไปในเนเธอร์แลนด์เมื่อเดือนมี.ค.จึงถูกจับตามากกว่าที่เคย เมื่อพรรคเสรีภาพของเกียร์ต วิลเดอร์ส ได้รับความนิยมสูงมากด้วยนโยบายถอนตัวจากอียู ปิดพรมแดนเพื่อสกัดกั้นผู้อพยพมุสลิม และปิดมัสยิด  แต่สุดท้ายรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีมาร์ค รูทเทอร์ ที่สนับสนุนการอยู่ในอียู สามารถคว้าชัยชนะไว้ได้ จึงสร้างความโล่งใจให้กับอียู 
ต่อมาช่วงเดือนเม.ย.และพ.ค.มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีของฝรั่งเศส หนึ่งในเสาหลักของอียู และพรรคชาตินิยมที่มีแนวคิดขวาจัดนำโดยฌอง-มารี เลอ เพน สร้างความสั่นสะเทือนด้วยนโยบายต่อต้านการรับผู้อพยพ หนุนฝรั่งเศสเลิกใช้เงินสกุลยูโร และจัดประชามติถอนตัวจากอียู จนหลายฝ่ายกลัวว่าฝรั่งเศสจะเดินตามรอยอังกฤษออกจากอียู แต่สุดท้ายเอ็มมานูแอล มาครง นักการเมืองหนุ่มที่ชูนโยบายสนับสนุนการค้าเสรีและการรวมตัวของยุโรป ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ทำให้ทั่วโลกร่วมยินดีที่ฝรั่งเศสช่วยรักษาเสถียรภาพของยุโรปไว้ได้
ขณะที่สถานการณ์ในเยอรมนี มหาอำนาจเบอร์หนึ่งของยุโรป กลับน่าวิตก เมื่อพรรครัฐบาลของอังเกลา แมร์เคิล นายกรัฐมนตรีสามสมัยของเยอรมนี และผู้นำทรงอิทธิพลของยุโรป ชนะเลือกตั้งทั่วไปในเดือนก.ย.แต่ได้คะแนนเสียงตกต่ำที่สุดในรอบเกือบ 70 ปี ซึ่งเป็นผลจากความไม่พอใจของชาวเยอรมันต่อนโยบายเปิดรับผู้อพยพของเธอที่่ทำให้ผู้อพยพนับล้านคนไหลทะลักเข้าประเทศ แตกต่างจากพรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี หรือ AFD ที่มีนโยบายชาตินิยมขวาจัด ได้คะแนนเสียงเป็นอันดับ 3 และได้รับเลือกเข้าสู่รัฐสภาเป็นครั้งแรกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 
ยิ่งกว่านั้นแมร์เคิลถูกโดดเดี่ยวจากพรรคสังคมประชาธิปไตย หรือ SPD ซึ่งไม่ขอร่วมรัฐบาลผสมกับเธออีก และการเจรจาจัดตั้งรัฐบาลกับอีก 2 พรรคเล็กก็ล้มเหลวจนทำให้เกิดความวิตกว่าอาจต้องเลือกตั้งใหม่ พรรค SPD จึงเผชิญแรงกดดันให้เปลี่ยนใจเข้าร่วมรัฐบาลเพื่อเสถียรภาพของเยอรมนีและยุโรป แต่การเจรจาก็ยังไม่คืบหน้า
ขณะที่พรรคการเมืองขวาจัดในออสเตรียสร้างประวัติศาสตร์ได้เป็นรัฐบาลในรอบ 17 ปี หลังพรรคประชาชน ที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยม ภายใต้การนำของเซบาสเตียน ควร์ซ นักการเมืองหนุ่มวัย 31 ปีสามารถชนะการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อเดือนต.ค. และจับมือกับพรรคเสรีภาพ ที่มีนโยบายต่อต้านผู้อพยพ จัดตั้งรัฐบาลผสมร่วมกัน ควร์ซเรียกคะแนนเสียงจากกลุ่มอนุรักษ์นิยมและขวาจัดด้วยนโยบายปิดเส้นทางที่ผู้อพยพใช้เข้าสู่ยุโรป ลดเงินช่วยเหลือแก่ผู้อพยพ และห้ามผู้อพยพรับสวัสดิการใดๆจนกว่าจะอาศัยในออสเตรียครบ 5 ปี การเปลี่ยนแปลงในออสเตรียครั้งนี้ จะส่งผลกระทบต่อนโยบายของอียูในอนาคตด้วย

ข่าวล่าสุด