เมื่อเวลา 13.00 น. วันนี้ (26 ธ.ค.60) ที่ห้องประชุมศูนย์ปฏิบัติการ (ศปก.) สภ.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ พร้อมด้วย ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการเกษียณตำรวจ อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 299/110 หมู่ 8 ต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เข้าพบ พล.ต.ต.สมเกียรติ แสงสินศร รอง ผบช.ภ.7 ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีที่ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล เข้าร้องเรียนต่อ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ว่ามีนายตำรวจระดับสูง 2 นาย มีประพฤติตนไม่เหมาะสม ชี้นำคดี และมีการอายัดเงินในบัญชีทั้งที่ไม่มีการสอบสวน ซึ่งการให้ถ้อยคำ ในครั้งนี้ใช้เวลานานกว่า 3 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ
พล.ต.ต.สมเกียรติ แสงสินศร รอง ผบช.ภ.7 ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าว เปิดเผยว่าการเดินทางมาครั้งนี้เพียงเพื่อต้องการสอบถามข้อมูลข้อเท็จจริงจากฝ่าย ร.ต.ท.จรูญ ที่เข้าไปร้องขอความเป็นธรรมจาก ผบ.ตร.ในส่วนที่เกี่ยวกับมีตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของจังหวัดกาญจนบุรี 2 นายเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องเท่านั้น ซึ่งการมาขอให้ ร.ต.ท.จรูญให้ถ้อยคำนั้นไม่เกี่ยวกับเรื่องของคดีอาญา แต่อย่างใด และหลังจากได้ถ้อยคำแล้วก็จะรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบต่อไป
สำหรับคดีอาญาผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ก็ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินการควบคู่กันไปอยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่มีนายตำรวจเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่ได้สร้างความหนักใจให้แต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราจะต้องให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย จะฟังถ้อยคำจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้
ด้านนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม การเดินทางมาในครั้งนี้เพื่อให้ถ้อยคำต่อ รอง ผบช.ภ.7 ใน 3 ประเด็นคือ 1.การร้องเรียนกรณีมีนายตำรวจระดับสูงไปให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่าลุงจรูญไม่รู้ว่าไปซื้อสลากฯมาจากที่ใด ซึ่งถือว่าเป็นการบิดเบือน 2.กรณีที่นายตำรวจเรียกลุงจรูญเข้าไปพบที่บ้านพักส่วนตัว เพื่อเจรจาให้ลุงจรูญยินยอมรับสารภาพจะได้ส่วนแบ่ง หากไม่รับจะติดคุกตอนแก่ และ 3.กรณีที่มีการไปอายัดเงินในบัญชีธนาคารของลุงจรูญ โดยที่ยังไม่มีการสอบสวนเสียก่อน
ทั้งการให้ข่าว การเรียกไปที่บ้านพัก และการอายัดเงิน ถามว่าหนักใจหรือไม่ว่าตำรวจจะช่วยกัน เรื่องนี้สังคมทั้งประเทศคงจะดูออกว่ามันเหมาะสมหรือไม่อย่างไร และเราขอยืนยันว่าจะให้ดำเนินการทางวินัยต่อนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ให้ถึงที่สุด