ที่ปรึกษาของ กรธ.คนนี้ คือ อาจารย์เจษฎ์ โทณะวณิก ซึ่งเป็นนักวิชาการด้านนิติศาสตร์ชื่อดัง โดยอาจารย์เจษฎ์บอกว่า หลังมีคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 53/2560 ทำให้มองว่ามีแนวโน้มเลื่อนโรดแมพเลือกตั้งออกไปอีก แต่ก่อนที่จะไปถึงขั้นตอนการเลื่อนเลือกตั้ง จะมีอีก 2 ขั้นตอนที่จะเกิดขึ้น คือ1. การงดใช้ระบบการเลือกตั้งขั้นต้น หรือ "ไพรมารี่โหวต" ที่เขียนในกฎหมายพรรคการเมืองฉบับใหม่ เหตุผลที่ต้องงดใช้ เพราะพรรคการเมืองไม่สามารถทำกระบวนการนี้ได้ทันเวลาที่กำหนดให้ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ซึ่งวิธีแก้ปัญหา น่าจะมีการออกคำสั่งตามมาตรา 44 อีกรอบ เพื่อสั่งงดใช้ไพรมารี่โหวตชั่วคราว (เรื่องนี้เป็นข้อเรียกร้องของคุณไพบูลย์ นิติตะวัน ลูกคู่ คสช.ด้วย)
2.ขยายเวลาการบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ออกไปอีก 3-6 เดือน (กฎหมายฉบับนี้ปัจจุบันอยู่ใน สนช. เป็นร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 1 ใน 4 ฉบับสำคัญ ซึ่งเมื่อประกาศใช้ จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 150 วัน ฉะนั้นถ้าเลื่อนประกาศใช้ ก็เท่ากับเลื่อนเลือกตั้งนั่นเอง)
เมื่อเกิด 2 เรื่องนี้แล้ว อาจารย์เจษฎ์ บอกว่า ก็จะไปสู่ขั้นตอนสุดท้าย คือ "เลื่อนเลือกตั้ง" ซึ่งเป็นไปตามข้อ 8 ของคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 53/2560 ที่เขียนเปิดช่องให้คณะรัฐมนตรี หารือกับ คสช. โดยดึงฝ่ายต่างๆ มาร่วมกันจัดทำแผนและขั้นตอนการดำเนินการทางการเมืองเพื่อไปสู่การเลือกตั้งทั่วไป อาจารย์เจษฎ์ มองในแง่ดีว่า หากกระบวนการหารือนี้เกิดขึ้นจริง จะทำให้เกิดความปรองดอง และไม่มีความขัดแย้ง เพราะพรรคการเมืองได้มีบทบาท และร่วมกันกำหนดวันเลือกตั้งที่พรรคการเมืองยอมรับ
ถ้าตีความจากที่อาจารย์เจษฎ์พูด การเลือกตั้งก็อาจจะเลื่อนจากเดือนพฤศจิกายนปีหน้า ออกไปอีกราวๆ 3 เดือนถึง 6 เดือน ก็ราวๆ เมษาฯหรือพฤษภาคมปี 62 โน่นแหละ แต่คำถามคือ พรรคการเมืองเขาจะยอมหรือไม่ และที่สำคัญกว่านั้น คือประชาชนยอมไหม อย่าลืมว่าในคำแถลงของอียู หรือสหภาพยุโรป ที่ฟื้นความสัมพันธ์กับไทย ก็เน้นย้ำให้จัดการเลือกตั้งภายในปีหน้านะ ถ้าเลื่อนเลือกตั้งจริงๆ จะชี้แจงเขาอย่างไร และจะกระทบความสัมพันธ์กับยุโรปและสหรัฐหรือไม่ เป็นเรื่องที่น่าติดตาม