จากเหตุเมื่อค่ำวันที่ 13 มี.ค.59 ระหว่างการติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัย ภายในห้องมั่นคงนิติกรรมหลักประกันและบริหารหลักประกัน บริเวณชั้นใต้ดินของธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ (SCB) เอสซีบีปาร์ค เขตจตุจักร ระบบดับเพลิงไพโรเจนเกิดทำงานอัตโนมัติปล่อยส่วนผสมควันและก๊าซออกมาที่เรียกว่า แอโรซอล จนมีผู้เสียชีวิต 8 ราย และผู้ที่ได้รับอันตรายแก่กายและสาหัส 7 ราย ซึ่งเป็นกลุ่มคนงานติดตั้งระบบป้องกันอัคคีภัย เนื่องจากได้หายใจสูดควันและก๊าซเข้าสู่ร่างกายเกินจะรับได้ จนขาดอากาศหายใจ
แต่จำเลยที่ 1,2,3 ไม่เคยต้องโทษมาก่อนอีกทั้งความประมาทที่เกิดขึ้นในการปิดระบบดับเพลิงเดิม นอกเหนือจากความสามารถของจำเลย ดังนั้นจึงเห็นควรให้โอกาสจำเลยโดยรอลงอาญาคนละ 2 ปี และให้ร่วมกันชดใช้เงินญาติผู้ตาย 3 รายที่เป็นโจทก์ร่วมด้วยรวม 2.1 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับจากวันเกิดเหตุ 13 มี.ค.59
ส่วน นายสมคิด ตันงาม อายุ 59 ปี กก.บจก.โจนส์ แลงฯ จำเลยที่ 4 , นายสมคิด จันทร์หอม อายุ 36 ปี หัวหน้าช่าง บจก.โจนส์ แลงฯ จำเลยที่ 5 , นายตรีภพ ยังประเสริฐกุล อายุ 37 ปี ผู้จัดการดูแลอาคาร บจก.โจนส์ แลงฯ จำเลยที่ 6 , น.ส.ขจรจิตร พรหมดีราช อายุ 45 ปี พนักงานบริษัท เอบิต มัลติซิสเต็ม จำกัด ที่รับช่วงต่อจาก บจก.เมก้า แพลนเน็ต ควบคุมดูแลการวางท่อระบบดับเพลิงภายในอาคาร จำเลยที่ 7, นายบุญเสริม กระจาด อายุ 36 ปี วิศวกร บจก.เอบิต มัลติซิสเต็มที่คุมคนงาน จำเลยที่ 8 และ บจก. โจนส์ แลงฯ จำเลยที่10 ให้ยกฟ้อง