นางลี มีแผนที่จะต้องเข้าไปในเมียนมาร์เดือนมกราคม เพื่อประเมินสถานะของเรื่องสิทธิมนุษยชนทั่วประเทศ รวมถึงในรัฐยะไข่ ซึ่งมีปัญหาวิกฤติหลังจากที่ทหารเข้าปราบปรามชนกลุ่มน้อยชาวโรฮิงญาเมื่อเดือนสิงหาคม จนผู้คนจำนวนมากราว 655,000 คน ต้องหลบหนีออกไปยังบังคลาเทศ
ทางสหประชาชาติกล่าวหาทหารว่าพยายามกวาดล้างชนชาติ และอาจจะมีเรื่องของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ขณะที่ทางการออกมาปฏิเสธเรื่องนี้
นางลีบอกว่า รู้สึกงง และผิดหวังกับการตัดสินใจของรัฐบาลที่ไม่ให้เธอเข้าประเทศ หลังจากที่นางขอเดินทางเข้าเมียนมาร์ปีละ 2 ครั้ง เพื่อทำรายงานเสนอต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนและสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ และการที่นางต้องระบุว่าเมียนมาร์ไม่ให้ความร่วมมือ ย่อมจะต้องถูกมองว่า เรื่องนี้เป็นสิ่งบ่งชี้อย่างหนักแน่นว่า ต้องมีบางสิ่งที่น่ากลัวเกิดในรัฐยะไข่ รวมถึงในส่วนอื่น ๆ ของประเทศ
นางลีบอกว่าการตัดสินใจของเมียนมาร์ มาจากการแถลงของเธอระหว่างการเยือนประเทศนี้เมื่อเดือนกรกฎาคม ซึ่งเธอวิจารณ์ประวัติเรื่องสิทธิมนุษยชนและการปฏิบัติกับชาวโรงฮิงญาอย่างรุนแรง