ที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะยี่ห้อ อีซูซุ แม็กสีขาว ทะเบียน ฒบ 6131 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่เลนซ้ายกลางแยกไฟแดง ในสภาพด้านหน้าข้างขวาซึ่งเป็นข้างคนขับพังยับเยินกระจกหน้าแตกหลังคายุบ ส่วนผู้บาดเจ็บชาวบ้านและพลเมืองดีได้ช่วยเหลือออกมาก่อนหน้าแล้วซึ่งยู่ในสภาพมึนเมาสุราได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ห่างไปเล็กน้อยได้พบรถพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อ วอลโว่ สีเขียว ทะเบียน 78-5274 กรงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถของ บริษัท ดำรงศักดิ์ ขนส่ง จอดอยู่ริมถนนในสภาพด้านหน้าข้างซ้ายถูกชนจนพังยับเยินยุบไปถึงประตูข้างคนนั่ง
จากการสอบถามนายเศรษฐพงค์ จันทร์ทัศน์ อายุ 64 ปี คนขับรถพ่วง 18 ล้อ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ขับรถพ่วงคันดังกล่าวออกมาจากถนนตำหรุ-คลองเก้า เพื่อที่จะไปรับตู้สินค้าที่ท่าเรือยูนิไทย ย่านถนนท้ายบ้าน ขณะที่ขับมาจนถึงบริเวณสามแยกไฟแดงดังกล่าว ซึ่งขณะนั้นเป็นไฟกระพริบสีส้ม ไม่มีสัญญาณไฟสีเขียวสีแดงแต่อย่างใด ซึ่งขณะนั้นรถคันที่ขับอยู่ด้านหน้ารถตนก็ค่อย ๆ ไหลข้ามไฟแดงมาก่อนที่จะเลียวขวา ตนจึงค่อย ๆ ขับรถไหลตามรถคันหน้าไปข้ามสามแยกไฟแดงกำลังเลี้ยวขวา อยู่รถยนต์กระบะคันดังกล่าวซึ่งขับมาทางตรงขับมาทางด้านซ้ายด้วยความเร็วก่อนที่จะพุ่งเข้ามาชนเข้าที่ด้านหน้าข้างซ้ายของรถตนเสียงดังสนั่น ด้วยความตกใจตนจึงขยับรถเข้าจอดชิดขอบทางและเปิดประตูรถมาลงมาดู
ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมตัวนายศาษตราวุธ หมวกละมัย อายุ 29 ปี ชาวจังหวัดสระบุรี ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์กระบะคันดังกล่าวซึ่งอยู่ในสภาพมึนเมาสุราพูดจาวกไปวนมา และเถียงเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าตนเองไม่ได้มึนเมา แต่ยอมรับว่าดื่มมาเล็กน้อย เจ้าหน้าที่จึงได้นำตัวนายศาษตราวุธมาให้เป่าเครื่องวัดปริมาณแอลกอฮอล์ผลการตรวจวัดพบว่ามีปริมาณแอลกอฮอสูงถึง 162 มิลลิกรัม
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ แจ้งข้อกล่าวหาว่า ขับรถในขณะมึนเมาสุรา และขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นได้รับความเสียหาย ก่อนควบคุมตัวไว้เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป