ทั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อกลางดึกวันที่ 15 ธ.ค.ที่ผ่านมา ผู้เสียหายได้พา น.ส.อรอุมา ซึ่งรู้จักและคบหาเป็นกิ๊กมาประมาณ 5 เดือน มาร่วมหลับนอนในห้องพักหมายเลข 503 ของ "ซอย 5 อพาร์ทเม้นท์" ถนนเลียบชายหาดพัทยา กระทั่งรุ่งเช้า น.ส.อรอุมา จึงออกจากห้องไป เมื่อผู้เสียหายสำรวจทรัพย์สินปรากฏว่า กระเป๋าสตางค์ ภายในมีเงินสด 5,000 บาท และบัตรเอทีเอ็มธนาคารกสิกรไทย ซึ่งมีรหัสจดใส่กระดาษไว้ได้หายไป เมื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวในบัญชีพบว่าในวันเดียวกันนี้มีคนกดเงินออกไป 50,000 บาท จึงเดินทางเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองพัทยา
ต่อมาชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา พร้อมด้วยตำรวจท่องเที่ยว ออกหาข่าวและตรวจสอบกล้องวงจรปิด จนทราบว่า น.ส.อรอุมา เป็นคนขโมยไป จึงนำภาพถ่ายผู้ต้องสงสัยไปเผยแพร่ไปทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค กระทั่งมีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสว่าเห็น น.ส.อรอุมา ยืนอยู่ข้างห้างโลตัสเอ็กซ์เพลส ในซอยบัวขาว พัทยากลางจึงนำกำลังไปจับกุมตัวไว้ได้พร้อมของกลางเงินสด 24,000 บาท
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้ขโมยกระเป๋าสตางค์ของผู้เสียหายและนำบัตรเอทีเอ็มไปกดเงินจริง สาเหตุที่ทำไปเพราะต้องการเงินไปใช้จ่ายและซื้อยาไอซ์ไว้เสพ โดยก่อนหน้านี้เคยติดคุก 9 ปี ในข้อหาค้ายาเสพติด หลังพ้นโทษจึงมาเร่ขายตัวอยู่ที่ริมชายหาดพัทยา และเคยถูกจับข้อหาเตร็ดเตร่มาแล้ว กระทั่งไปรู้จักกับผู้เสียหายและก่อเหตุลักทรัพย์จนถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว
ภายหลังการสอบสวนเบื้องต้น ทางผู้เสียหายได้เข้าพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับมอบช่อดอกไม้เป็นการขอบคุณที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุมคนร้ายไว้ได้อย่างรวดเร็ว พร้อมกับกล่าวชื่นชมการทำงานของตำรวจที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนทั้งชาวไทยและต่างชาติ โดยมี พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.หัวหน้าสถานี เป็นตัวแทนรับมอบ พร้อมกับฝากเตือนไปยังโจรผู้ร้ายว่า ขณะนี้ตำรวจมีกล้อง CCTV อยู่ทั่วเมือง ขออย่าได้คิดที่จะก่อเหตุร้ายในพื้นที่นี้ เพราะไม่มีทางหนีรอดเงื้อมือกฎหมายไปได้แน่นอน