วันนี้ (18 ธ.ค.) ที่ตึกอำนวยการโรงเรียนดรุโณทัย อ.เมืองตรัง หลังจากมีการนำเสนอข่าวออกไปกรณีเด็กนักเรียนชั้น ม.2 ทำร้ายร่างกาย ข่มขู่ รีดไถเงินเพื่อนนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจนำโดย พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง พ.ต.ต.เมธี ภิญโญประการ สารวัตรเวร สภ.เมืองตรัง เจ้าของเรื่อง นายนิวรณ์ แสงวิสุทธิ์ รักษาการศึกษาธิการจังหวัดตรัง ซิสเตอร์วันทนา อโศกสกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนดรุโณทัย และผู้ปกครองของเด็กเข้าเจรจาปรับความเข้าใจ ซึ่งทุกฝ่ายเข้ามารับฟังปัญหาและได้ปรับความเข้าใจซึ่งได้ข้อยุติเป็นไปด้วยดี ทั้ง 2 ฝ่าย ฝ่ายโรงเรียนกับเด็กผู้เสียหายและระหว่างนักเรียนทั้ง 2 ฝ่าย
นายนิวรณ์ แสงวิสุทธิ์ รักษาการศึกษาธิการจังหวัดตรัง กล่าวว่า ตนเองต้องขอบคุณทั้ง 2 ฝ่ายที่วันนี้ได้มาร่วมเจรจาทำความเข้าใจกัน ส่วนของเด็กก็ส่วนของเด็ก แต่ส่วนของผู้ใหญ่ก็ต้องมาช่วยกันดูแล ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ ซึ่งต้องขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาเป็นคนกลาง และโรงเรียนที่เป็นผู้ดูแลเด็กโดยตรง ทุกส่วนก็มีหน้าที่ด้วยกันทำอย่างไรให้เด็กลูกหลานต้องได้รับการดูแล และให้เขาเติบโตสมบูรณ์แบบในอนาคตต้องเป็นภารกิจส่วนหนึ่งที่ทุกคนต้องช่วยกัน ต้องขอบคุณทุกคน รวมถึงพี่น้องสื่อมวลชนทำอย่างไรก็แล้วแต่ที่ทำให้ภาพลักษณ์ตรังเราดี อยากเห็นความก้าวหน้า อยากเห็นตรังเป็นเมืองที่มีคุณภาพชีวิตที่ดี เด็กตรังต้องรู้หน้าที่ เด็กตรังต้องมีวินัย ให้เหมาะสมกับคำขวัญของจังหวัดตรัง ชาวตรังใจกว้าง สร้างแต่ความดี เพราะฉะนั้นต้องช่วยกันดูแลลูกหลานให้มาก ๆ ให้เป็นเอกลักษณ์ของคนตรัง
พ.ต.ท.ประเสริฐ สงแสง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองตรัง กล่าวว่า หลังจากเข้าพูดคุยปรับความเข้าใจแล้ว ผลสรุปออกมาหลังจากทุกฝ่ายเข้ามารับฟังปัญหาและได้ปรับความเข้าใจซึ่งได้ข้อยุติเป็นไปด้วยดี ทั้ง 2 ฝ่าย ฝ่ายโรงเรียนกับเด็กผู้เสียหายในกรณีให้ข่าวไป ซึ่งได้ปรับความเข้าใจว่าเด็กไม่ได้นำเกมส์มาขายแต่อย่างใด ทั้งเรื่องค่าเทอมปรับความเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนฝ่ายที่ 2 คือนักเรียนทั้ง 2 ฝ่าย ผู้ปกครองได้มาคุยปรับความเข้าใจกันก็เป็นที่เข้าใจกันว่าเด็กกลุ่มเดียวกันอาจมีการละเมิดกันบ้าง ล่วงเกินกันบ้าง ซึ่งจะมีสินไหมทดแทนเล็ก ๆ น้อย เป็นน้ำใจซึ่งกันและกัน และคงไม่ติดใจที่จะดำเนินคดีกันอีก ซึ่งสรุปแล้วทั้งคู่จบกันด้วยดีทั้ง 2 ฝ่าย
ส่วนทางด้านคุณแม่ของเด็กผู้เสียหายเมื่อสื่อได้ตั้งคำถามว่าพอใจกับการเข้าพุดคุยปรับความเข้าใจในครั้งนี้หรือไม่นั้น ได้เพียงแต่ตอบว่าก็อย่างที่ได้ยินในห้องประชุมคือจะยังไม่ต้องการรับเงินสินไหมในตอนนี้ขอดูผลสะท้อนกลับว่าเป็นอย่างที่ตนเองเสนอไปหรือไม่ และปฏิเสธการตอบคำถามสื่อก่อนจะเดินกลับไปขึ้นรถ