เนชั่นทีวี

ข่าว

คนร้ายจี้รถทัวร์ช่วยหิ้วกระเป๋าก่อนเผาทั้งคัน

18 ธ.ค. 2560 | wanchat

คนร้ายจี้รถทัวร์ช่วยหิ้วกระเป๋าก่อนเผาทั้งคัน

ไปต่อกันที่ข่าวร้ายจากชายแดนใต้ เหตุการณ์เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อบ่ายวานนี้ คนร้ายนับสิบคนพร้อมอาวุธสงครามครบมือ มีอุปกรณ์ปิดบังใบหน้า บุกจี้รถทัวร์สายเบตง-กรุงเทพฯ ขณะแล่นผ่านอำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา จากนั้นไล่ผู้โดยสารลงจากรถทั้งหมด แล้วจุดไฟเผาทั้งคัน ก่อนจะตัดต้นไม้ขวางถนน โปรยตะปูเรือใบ และหลบหนีไป เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเหตุระทึกขวัญครั้งใหญ่ในรอบหลายเดือนจากพื้นที่ปลายด้ามขวาน แต่ประเด็นที่ถูกพูดถึงกันมากก็คือ การที่คนร้ายไม่ทำร้ายผู้โดยสารบนรถเลยแม้แต่คนเดียว แถมยังช่วยหิ้วกระเป๋าลงจากรถก่อนจุดไฟเผาด้วย

ที่คุณผู้ชมเห็นบนหน้าจอขณะนี้ คือ แผนที่จุดเกิดเหตุคนร้ายจี้รถทัวร์สายเบตง-กรุงเทพฯ จะเห็นได้ว่ารถทัวร์ออกมาจากอำเภอเบตง อำเภอใต้สุดแดนสยามของจังหวัดยะลา มีผู้โดยสารบนรถ 14 คน อีก 2 คนคือ โชเฟอร์ และพนักงานประจำรถ รวมเป็น 16 คน รถก็แล่นมาเรื่อยๆ จากอำเภอเบตง ผ่านอำเภอธารโต กระทั่งเข้าเขตอำเภอบันนังสตา ที่บ้านกาโสด รอยต่อกับตำบลถ้ำทะลุ จุดนี้ยังไม่ถึงตัวอำเภอบันนังสตา และเป็นทางโค้ง
แผนประทุษกรรมของคนร้าย เท่าที่ฟังจากปากคำของโชเฟอร์รถทัวร์ คุณอับดุลเลาะ สะแบวาโง อายุ 54 ปี ทราบว่า คนร้ายกว่า 10 คนดักอยู่บริเวณทางโค้ง และไล่รถกระบะ 3 คันที่แล่นอยู่หน้ารถทัวร์ให้กลับรถทันที จากนั้นได้เรียกให้รถทัวร์จอด ก่อนจะขึ้นมาบนรถ แล้วไล่ผู้โดยสารลง ให้ไปรวมกันอยู่ในป่าข้างทาง จากนั้นก็จุดไฟเผารถ โค่นต้นไม้ขวางถนน และโปรยตะปูเรือใบเพื่อสกัดการติดตามของเจ้าหน้าที่ ก่อนจะหลบหนีไป
นี่คือปฏิบัติการของคนร้ายซึ่งใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที แต่จุดพีคอยู่ตรงนี้ คือปากคำของผู้โดยสารบนรถซึ่ง "ล่าความจริง" ได้พูดคุยสอบถามมา คือ ป้าพวงสุดา โลแพทย์ วัย 65 ปี เป็นชาวอำเภอเบตง กำลังเดินทางไปพบแพทย์ที่กรุงเทพฯ คุณป้าเล่าว่า ตอนแรกเห็นร่องรอยการเผายางรถยนต์บนถนน ก็ยังไม่คิดอะไร นึกว่าชาวบ้านเอายางมาเผาประท้วงที่ราคายางพาราตกต่ำ แต่แล้วจู่ๆ ก็เห็นกลุ่มคนร้ายพยายามไล่รถกระบะให้รีบกลับรถไป จากนั้นก็ขึ้นมาที่รถทัวร์ บอกให้ทุกคนลงไปทั้งหมด ป้ารู้สึกกลัวมาก จึงรีบลงจากรถอย่างรวดเร็ว แล้ววิ่งเข้าป่าข้างทาง แต่ที่แปลกก็คือ กลุ่มคนร้ายเข้ามาช่วยหิ้วกระเป๋าให้ป้า บอกว่าไม่เอาชีวิต จะเอารถอย่างเดียว

หลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญผ่านพ้นไป ปรากฏว่าผู้โดยสาร โชเฟอร์ และเด็กรถ รวมทั้งหมด 16 คน ไม่มีใครได้รับอันตราย มีเพียงบางคนที่ตกใจจนเป็นลม จึงนำส่งโรงพยาบาลบันนังสตาเท่านั้น
การจี้เผารถทัวร์ แต่ไม่ทำร้ายผู้โดยสาร ซึ่งถือเป็นประชาชนผู้บริสุทธิ์ ทำให้ประชาชนในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้วิพากษ์วิจารณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์อย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่คำวิจารณ์เป็นไปในทางบวก ทำนองว่าเป็น "โจรมีคุณธรรม" และขอบคุณผู้ก่อเหตุที่ไม่ทำร้ายบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้อง
เหตุการณ์จี้รถโดยสารและฆ่าคนในรถ เคยเกิดมาแล้วหลายครั้ง ครั้งใหญ่ที่สุดที่เป็นข่าวดังไปทั้งประเทศ ก็คือ เหตุจี้รถตู้โดยสารสายเบตง-หาดใหญ่ แล้วยิงคนบนรถทั้งหมด 9 ราย เหลือรอดชีวิตเฉพาะคนขับเพียงคนเดียว เหตุเกิดเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2550 ทำให้รถตู้สายเบตงทั้งหมด เลิกวิ่งเส้นทางนี้ ต้องไปวิ่งอ้อมฝั่งมาเลเซีย แล้วเข้าเขตไทยทางด่านสะเดา จังหวัดสงขลาแทน เหตุนี้เองที่ทำให้การจี้เผารถทัวร์และไม่ทำร้ายคนบริสุทธิ์ ได้รับความสนใจจากคนในพื้นที่อย่างกว้างขวาง
รัฐเชื่อดิสเครดิตสามเหลี่ยมศก. แม่ทัพเด้งกราวรูด

มุมมองของคนในพื้นที่ แตกต่างจากหน่วยงานที่รับผิดชอบปัญหาโดยตรงอย่าง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ที่เปิดแถลงข่าวว่า การไม่ทำร้ายพนักงานประจำรถและผู้โดยสาร เนื่องจากคนร้ายมุ่งประสงค์ต่อการทำลายทรัพย์สินเป็นหลัก และยังคงพยายามสร้างสถานการณ์ความรุนแรงเพื่อทำลายความเชื่อมั่น ทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ทางเศรษฐกิจตามโครงการ "สามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน" ของรัฐบาล ที่ได้รับกระแสตอบรับจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และอาจเกี่ยวโยงกับปัญหาภัยแทรกซ้อน หรือความขัดแย้งอื่นๆ ด้วย
ด้าน แม่ทัพภาคที่ 4 พลโทปิยวัฒน์ นาควานิช บอกว่า ได้ประสานฝ่ายปกครองในพื้นที่ให้ "ปลด" หรือ "ไล่ออก" ผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่เกิดเหตุ รวมถึงให้มีการสอบสวนชุดเจ้าหน้าที่ ทั้ง ชรบ. (คือชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน) และ อส. (คือ อาสารักษาดินแดน) พร้อมสั่งสอบวินัยเจ้าหน้าที่ทหารที่รับผิดชอบพื้นที่ด้วย หากมีความผิด ไม่ว่าจะเป็นประมาทเลิ่นเล่อ ก็ต้องถูกลงโทษ เพื่อปิดช่องโหว่ช่องว่างที่เกิดขึ้น
ก็ถือเป็นมาตรการ "ไม้แข็ง" ที่แม่ทัพภาคที่ 4 งัดมาใช้ เรียกว่าเหตุเกิดพื้นที่ไหน ผู้ดูแลพื้นที่ต้องรับผิดชอบ ก็ต้องรอดูว่ามาตรการนี้จะส่งผลดีต่อสถานการณ์จริงหรือไม่ ล่าสุดในทางคดี ได้มีการเรียกตัวผู้ต้องสงสัยเข้าให้ปากคำบ้างแล้ว

ข่าวล่าสุด