สอบ1.9 หมื่นคนรับได้ 4.6 พันคนครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ
16 ธ.ค. 2560 | te

สอบครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ ปี2560 วันแรกราบรื่น!! พบสมัครซ้ำ 44 รายใน 38 จังหวัด "บุญรักษ์" เผยไม่มีทุจริต ส่งคณะกรรมการติดตามทั้งทางลับ และลงพื้นที่จริง
ข่าว
16 ธ.ค. 2560 | te

สอบครูผู้ช่วยกรณีพิเศษ ปี2560 วันแรกราบรื่น!! พบสมัครซ้ำ 44 รายใน 38 จังหวัด "บุญรักษ์" เผยไม่มีทุจริต ส่งคณะกรรมการติดตามทั้งทางลับ และลงพื้นที่จริง
นายบุญรักษ์ กล่าวภายหลังตรวจเยี่ยมว่า ภาพรวมการดำเนินการการจัดสอบครูผู้ช่วย กรณีที่มีความจำเป็นฯเป็นไปอย่างเรียบร้อย ซึ่งการจัดสอบดำเนินการโดยคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด 77 จังหวัด และสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ (สศศ.) ของ สพฐ. เปิดสอบใน 56 สาขาวิชาเอก อัตราว่าง 4,680 อัตรา การสอบครั้งนี้มีผู้สมัครทั้งสิ้น 19,201 คน ซึ่งเขตตรวจราชการที่ 14 สนามสอบจังหวัดนครราชสีมา,ชัยภูมิ,บุรีรัมย์ และสุรินทร์ มีผู้สมัครสอบมากที่สุด 2,949 คน
โดยวันที่ 16 ธันวาคม เป็นการสอบภาค ก ความรอบรู้ และความเข้าใจเกี่ยวกับความประพฤติและการปฏิบัติของวิชาชีพครู และภาค ข ความรู้ ความสามารถที่ใช้เฉพาะตำแหน่ง ส่วนในวันที่ 17 ธันวาคม สอบภาค ค ความเหมาะสมกับตำแหน่งและวิชาชีพ ซึ่งจะใช้วิธีการประเมินโดยการสอบสัมภาษณ์ และประกาศผลการคัดเลือกวันที่ 22 ธันวาคมเป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่กรุงเทพฯ จะมีสนามสอบ 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนสันติราษฎร์วิทยาลัย และโรงเรียนพิบูลประชาสรรค์ สำหรับสอบคัดเลือกครูผู้ช่วยในสาขาที่เกี่ยวกับการศึกษาพิเศษ
"ในการจัดสอบครั้งนี้มีเพียงประเด็นเดียวที่ต้องติดตามใกล้ชิด คือกรณีผู้สมัครสอบยื่นสมัครซ้ำมากกว่า 1 จังหวัดถึง 44 คน ใน 38 จังหวัด โดยหลังจากการเข้าสอบช่วงเช้าผ่านไป 30 นาทีก็จะสามารถรู้ข้อมูลที่แท้จริงได้ว่าผู้ที่สมัครสอบซ้ำ เข้าสอบที่สนามสอบใดกันแน่ ทั้งนี้ กรณีสมัครสอบมากกว่า 1 แห่งสามารถทำได้เพราะในประกาศไม่ได้ห้ามไว้ และผู้สมัครก็สามารถเลือกสนามสอบในวันสอบจริง ต่างจากการสอบครูผู้ช่วยทั่วไปจะมีการกำหนดชัดเจนว่าให้เลือกสมัครได้เพียงแห่งเดียว หากพบสมัครซ้ำก็จะตัดสิทธิ์ทันที"เลขาธิการ กพฐ. กล่าว
นายบุญรักษ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับสาขาวิชาที่มีอัตราว่างมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ ภาษาไทย ปฐมวัย คณิตศาสต์ ภาษาอังกฤษ และสังคมศึกษา ที่ผ่านมาการจัดสอบก็พบว่าบางสาขาที่เปิดสอบกลับไม่มีผู้สมัครสอบเลย เช่น สาขาอุตสาหกรรมไฟฟ้าของ กศจ.กรุงเทพ ที่เปิดสอบครั้งนี้ก็ไม่มีผู้สมัคร หรือบางสาขาสมัครแต่ก็มีผู้สอบไม่ผ่านจำนวนมาก ดังนั้น ก็ต้องรอผลการสอบครั้งนี้ด้วยถ้าไม่มีสอบผ่านและเกิดผลกระทบกับโรงเรียนขาดครู โดยเฉพาะโรงเรียนเล็กในพื้นที่ห่างไกล ก็ต้องทบทวนแนวทางดำเนินการต่อไป
นายบุญรักษ์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนที่มีข้อห่วงใยการทุจริตนั้น ได้กำชับทุกสนามสอบเข้มงวดการทุจริตตั้งแต่ก่อนสอบ ระหว่างสอบและหลังสอบ โดยผู้เข้าสอบต้องถอดนาฬิกา เข็มขัด ไม่อนุญาตให้นำเครื่องมือสื่อสาร อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทุกชนิดเข้าไปยังห้องสอบ สิ่งที่นำติดตัวไปได้มีเพียงบัตรประจำตัวผู้เข้าสอบ บัตรประชาชน และดินสอนปากกาเท่านั้น และผู้เข้าสอบจะต้องผ่านเครื่องแสกนร่างกายที่มีเจ้าหน้าที่ชายหญิงมาคอยดูแลด้วย แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีรายงานเรื่องทุจริต หรือความไม่ชอบมาพากล แต่ สพฐ.ก็ไม่นิ่งนอนใจมีการตั้งคณะกรรมการติดตามทางลับ และคณะกรรมการที่สพฐ.ร่วมกับผู้ตรวจราชการ ศธ. ลงพื้นที่ติดตามการสอบในจังหวัดต่างๆ อย่างใกล้ชิด
ด้าน ดร.วีระพงศ์ กล่าวว่า ในครั้งนี้ กศจ.กรุงเทพฯ เปิดสอบใน 31 สาขา ตำแหน่งว่าง 252 อัตรา แต่เนื่องจากวิชาอุตสาหกรรมศิลป์ (ช่างไฟฟ้า) ไม่มีผู้สมัครสอบ ทำให้เหลือการสอบแค่ 30 สาขาวิชา โดยมีผู้สมัครสอบ 621 ราย และมีผู้สมัครซ้ำ 3 ราย ซึ่งการจัดสอบเป็นไปอย่างเรียบร้อย ส่วนข้อสอบ ที่ใช้จัดสอบมอบหมายให้มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ส่วนมาตรการป้องกันการทุจริตไดเน้นย้ำมาตรการต่างๆ ตามแนวทางที่ สพฐ.มอบไว้ โดยที่สนามสอบของกรุงเทพฯ นั้นอนุญาตให้นำเพียงบัตรประจำตัวผู้เข้าสอบ บัตรประชาชนติดตัวไปได้เพียงเท่านั้น ส่วนอุปกรณ์ดินสอ ปากกาทางสนามสอบได้เตรียมไว้ให้บริการ