คณะกรรมการด้านการสื่อสารของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ หรือเอฟซีซี ลงมติด้วยคะแนนเสียง 3 ต่อ 2 เมื่อวาน สนับสนุนข้อเสนอของพรรครีพับลิกันที่ให้ยกเลิกข้อบังคับคุ้มครองความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ต ที่ประกาศใช้ครั้งแรกในสมัยประธานาธิบดีบารัก โอบามาเมื่อปี 2558 และพรรคมองว่าเป็นอุปสรรคขัดขวางการลงทุนและนวัตกรรม
มตินี้จะทำให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตสามารถเพิ่มหรือลดความเร็วของบางเวบไซต์หรือแอพพลิเคชันได้ตามต้องการ แต่จะยังไม่มีผลบังคับใช้จนถึงปีหน้า และอาจจะมีการสู้คดีทางกฎหมายยืดเยื้อ โดยอัยการรัฐนิวยอร์กและวอชิงตันประกาศแล้วว่าจะยื่นฟ้องเอฟซีซีในศาล และกลุ่มอื่นๆ เช่น กลุ่มคุ้มครองผู้บริโภคเตรียมยื่นฟ้องเช่นกัน
ขณะที่หนึ่งในคณะกรรมการออกเสียงคัดค้าน วิจารณ์ว่า ผลมตินี้จะส่งผลกระทบต่อประชาชน ธุรกิจขนาดเล็กและใหญ่ และคนชายขอบ แต่เอื้อประโยชน์ให้บริษัทขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ รวมทั้งขัดต่อคำมั่นของเอฟซีซีที่จะทำให้ทุกคนในประเทศได้รับการบริการด้านการสื่อสารอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ
และเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารระดับสูงของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอินเตอร์เน็ต เช่น อเมซอนเฟซบุ๊ค ไมโครซอฟท์ และเน็ตฟลิกซ์ ล้วนทวีตแสดงความผิดหวังต่อการตัดสินใจของเอฟซีซี และประกาศว่าจะร่วมมือกันหาทางทำให้อินเตอร์เน็ตเปิดกว้างและเป็นธรรม
นอกจากนี้มีกลุ่มผู้ประท้วงชุมนุมที่ด้านนอกสำนักงานเอฟซีซีในกรุงวอชิงตันเพื่อคัดค้านการยกเลิกข้อบังคับความเป็นกลางทางอินเตอร์เน็ต
ส่วนผลสำรวจความคิดเห็นเมื่อเร็วๆนี้พบว่า ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตมากถึง 83% สนับสนุนข้อบังคับความเป็นกลางทางอินเตอร์เน็ต