เนชั่นทีวี

ข่าว

บุกค้นโรงกลั่นไม้หอมกฤษณาไม่ได้รับอนุญาต ใกล้เขาใหญ่ พบโรงกลั่นจำนวนมาก

13 ธ.ค. 2560 | te

บุกค้นโรงกลั่นไม้หอมกฤษณาไม่ได้รับอนุญาต ใกล้เขาใหญ่ พบโรงกลั่นจำนวนมาก

วันที่ 12 ธันวาคม 2560. คณะเจ้าหน้าที่ศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโดย นายชัยวัฒน์. ลิ้มลิขิตรอักษร. หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า พร้อมคณะ ทั้ง จนท.อุทยานแห่งชาติ จนท.ป่าไม้ ทหาร ฯลฯ

ได้ร่วมกันเข้าตรวจสอบพื้นที่เป้าหมายในท้องที่ บ้านพลับใหม่ ท้องที่หมู่ที่ 10 ตำบลบุฝ้าย. อำเภอประจันตคาม. จังหวัดปราจีนบุรี. ตามที่ได้รับแจ้งจากผู้หวังดีว่ามีกลุ่มแอบลักลอบเข้าไปหาไม้หอมในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ และนำมาจำหน่ายหรือนำมาเก็บในบ้านเป้าหมาย คณะเจ้าหน้าที่จึงใช้อำนาจตามคำสั่ง คสช ที่ 13/2559 นำโดย ร.ต.สมใจ. ชื่นวงษ์. เข้าตรวจค้นบ้านเป้าหมาย


จนท. ได้เข้าตรวจบ้านที่ได้เปิดโรงกลั่นไม้หอม สามหลัง ซึ่งแต่ละหลัง นั้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แต่ โรงกลั่นไม้หอม แต่ละแห่งยังไม่ได้รับการอนุมัติให้ตั้ง มีเพียงโรงกลั่น เดียว ที่ได้รับการอนุมัติเนื่องจาก ได้ขอก่อน ปี 2555 แต่ถ้ามีการขอหลังปีนั้น สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดปราจีน จะไม่อนุญาตให้ เนื่องจากได้กำหนดพื้นที่บริเวณนั้น เป็นพื้นที่สีเขียว

บุกค้นโรงกลั่นไม้หอมกฤษณาไม่ได้รับอนุญาต ใกล้เขาใหญ่ พบโรงกลั่นจำนวนมาก




ขณะเดินทางมายังบ้านเลขที่ 74. หมู่ที่ 10. ตำบลบุฝ้าย อำเภอประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี. ได้พบกับ นายชัยยา อาทร แสดงตนเป็นเจ้าของบ้าน คณะเจ้าหน้าที่จึงขอเข้าทำการตรวจสอบ จากการตรวจสอบพบการดำเนินกิจการแปรรูปและกลั่นไม้หอม กฤษณา โดยมีเตากลั่นจำนวน 30 เตา


คณะเจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบห้องซึ่งมีประตูปิดมิดชิดพบชิ้นไม้กฤษณา. บรรจุไว้ในลัง. ถุง และจำนวนกระสอบหลายรายการ.พบเลื่อยโซ่ยนต์พร้อมบ่า มีความยาวมากกว่า 12 นิ้ว วางไว้ในห้อง ซึ่งได้ทำการตรวจสอบแล้วปรากฎว่าได้ร่วมกันพิจารณาแล้ว ว่าชิ้นไม้กฤษณาดังกล่าวมีลักษณะ ที่มีที่ได้มาจากป่า และผู้ครอบครอง ไม่สามารถหาเอกสารแสดงการได้มามาแสดงแก่คณะเจ้าหน้าที่ได้


จึงเชื่อได้ว่าเป็นไม้กฤษณาที่ได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่ง ชิ้นไม้กฤษณา. เป็นของป่าหวงห้าม ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ 2484. โดยห้ามมิให้ บุคคลมีไว้ครอบครองเกิน 0.5 กก. คณะเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบและชั่งน้ำหนัก ไม้กฤษณาที่มาจากป่าได้จำนวน. 0.4 กก.

บุกค้นโรงกลั่นไม้หอมกฤษณาไม่ได้รับอนุญาต ใกล้เขาใหญ่ พบโรงกลั่นจำนวนมาก



และไม่มีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่ามาจากพื้นที่ป่าบริเวณใด จึงมีของป่าหวงห้ามไว้ในครอบครองไม่เกินตามกฎหมายกำหนด ในส่วนเลื่อยโซ่ยนไม่มีหลักฐานการขออนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ จึงได้แจ้งให้นายชัยยา. อาธร. ทราบว่าต้องถูกจับ. พร้อมควบคุมตัวนายชัยยา อาทร. นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป


อนึ่งสำหรับการดำเนินโรงกลั่นไม้หอมโดยไม่ได้รับอนุญาต หัวหน้าหน่วยพญาเสือ ได้ประสานกับผู้อำนวยการ อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีน ท่านส่งเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี เข้าร่วมตรวจสอบ เบื้องต้น พบโรงกลั่น จำนวน 30 เตา ซึ่งเกินกำหนดให้ครัวเรือนที่สามารถทำได้ เพียง 3 เตา ในพื้นที่ ที่อนุญาต


ในขณะที่ตรวจ นายชัยยา อาทร รับว่าเป็นของตน และให้การต่อว่า ถ้าทางการไม่อนุญาต ตนจะหยุด โรงกลั่นต่อไป

จนท อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนจึงได้ทำบันทึก แจ้งข้อหาตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต. โดยได้ดำเนินคดี เทียบปรับ ตามระเบียบและได้แจ้งต่อไปด้วยว่า พื้นที่หรือเขตปกครอง บริเวณ ตำบล ท้องที่ ประจันตคาม นี้ เป็นพื้นที่ ที่ไม่ได้รับการยกเว้นให้ประกอบอาชีพการตั้งโรงกลั่นไม้หอมได้


ซึ่งทางราชการกำหนดให้เป็นพื้นที่สีเขียว และเป็นพื้นที่ ที่ต้องไม่มีการกระทำใดๆ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแว้ดล้อมด้วย เพราะฉะนั้น บริเวณท้องที่นี้ ทุกที่ ที่มีการกลั่นไม้หอม ถือว่าผิด พรบ. การตั้งโรงงาน ของกรมอุตสาหกรรมฯ ทั้งสิ้น และการเปรียบเทียบปรับ จะขึ้นอยู่กับ จำนวนเตากลั่นไม้หอม และได้ให้หน่วยงานที่ร่วมตรวจสอบ ลงบันทึกร่วมกัน ต่อไป

ทั้งนี้ ทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช ยังเป็นห่วง เรื่องของกำลังผลิต คือ ไม้หอมที่ตัดมากลั่น นั้นมีจำนวนจำกัด และอยู่ นอกพื้นที่ แต่ที่ตั้งโรงกลั่น นั้นอยู่ใกล้เขตป่ามรดกโลก ดงพญาเย็น-เขาใหญ่

ซึ่งได้ตรวจสอบเบื้องต้น โรงกลั่นมีจำนวน นับพันเตา เมื่อเปรียบเทียบกับแห่งผลิต ยังไงก็ไม่น่าจะเพียงพอ ต่อปริมาณที่ต้องการกลั่น จึงเป็นเหตุให้ ไม้หอมในเขตอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ถูกตัดโคน ลงมาจำนวนมาก


กรมฯ คงจะต้องหารือ เรื่องการตั้งหรือการอนุมัติให้มีโรงกลั่น ถ้าสามารถตั้งได้ ต้องมีจำนวนเตา สัมพันธ์กับ กำลังผลิตจากสวนไม้หอมที่ชุมชนได้ปลูก เพื่อให้สอดคล้อง ต่อความต้องการ และจะเป็นมาตราการ การปกป้อง ป้องกันการตัด โคนไม้หอมจากป่าธรรมชาติ ได้ด้วย

ข่าวล่าสุด